Page 89 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 89

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  87



             ตามที่กฎหมายบัญญัติ ทั้งนี้ บุคคลสามารถฟองรองรัฐไดเพื่อใหปฏิบัติหนาที่ตามสิทธิและ

             การมีสวนรวมดังกลาว”
                    ตอมาในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ก็ไดบัญญัติรับรองสิทธิชุมชน
             ไวใน มาตรา 67 ในหมวดสิทธิชุมชนในทํานองเดียวกันรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
             2540 แตเมื่อมาเปนรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ปรากฏวา เนื้อหาสวนที่
             วาดวยสิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวม “ในการคุมครอง สงเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม เพื่อให

             ดํารงชีพอยูอยางปกติ  และตอเนื่องในสิ่งแวดลอมที่จะไมกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัย  สวัสดิภาพ
             หรือคุณภาพชีวิตของคน” ซึ่งมีในรัฐธรรมนูญสองฉบับกอนหนานี้ หายไป ทั้งนี้เนื่องจาก ตั้งแต พ.ศ. 2550
             เปนตนมา มีการเรียกรองใหเกิดการแกไขปญหาผลกระทบจากโครงการพัฒนาตาง ๆ ในพื้นที่ชุมชน และ

             คัดคานนโยบายที่มีผลกระทบดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม จนทําใหเกิดการเคลื่อนไหวภาค
             ประชาชนหลากหลายพื้นที่ในประเทศอยางตอเนื่อง ขณะเดียวกันก็เกิดความขัดแยงทางการเมืองอยาง
             รุนแรงและเกิดการชุมนุมเรียกรองใหมีการปฏิรูประบบการเมืองจนนําไปสูการรัฐประหารในเวลาตอมา
             ในชวงรัฐประหารป พ.ศ. 2557 ที่ผานมาจนถึงชวงกอนการเลือกตั้งในป พ.ศ. 2562 ไดมีปฏิบัติการของ
             เจาหนาที่ทหาร ตํารวจ ฝายปกครอง ฝายความมั่นคง รวมถึงหนวยงานรัฐตาง ๆ ทั้งมีการออกประกาศ

             คณะรักษาความสงบแหงชาติ คําสั่งคณะรักษาความสงบแหงชาติ คําสั่งหัวหนาคณะรักษาความสงบ
             แหงชาติ และการเสนอกฎหมายที่มีผลกระทบดานสิ่งแวดลอมเขาสูการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ
             แหงชาติอยางตอเนื่อง  เพื่อควบคุมชาวบานที่ใชสิทธิชุมชนหรือสรางมาตรการที่เปนการบังคับหรือ

             ยกเวนบางเรื่อง ทําใหประกาศและคําสั่งที่ออกโดยคณะรักษาความสงบแหงชาติและหัวหนา
             คณะรักษาความสงบแหงชาติ รวมทั้งกฎหมายตาง ๆ เปนเครื่องมือในการลิดรอนและเพิ่มระดับของ
             ความขัดแยงในพื้นที่ของชุมชนหลายชุมชน ซึ่งเปนปรากฏการณที่สําคัญและเปนเงื่อนไขทางการเมือง
             ที่มีผลตอการตอสูเรียกรองสิทธิเสรีภาพและการมีสวนรวมของชุมชนอยางตอเนื่อง
                    มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดลอม (2562) ระบุวา หลังการรัฐประหารและกอนที่จะมีการเลือกตั้ง

             พบวา ตลอดระยะเวลาการปกครองภายใตรัฐบาลที่ผานมา มีการผลักดันนโยบายที่มีผลกระทบตอ
             สิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติอยางรวดเร็ว อาทิเชน การจัดการปญหาขยะ โดยการสงเสริมใหมี
             โครงการโรงไฟฟาขยะ ซึ่งไดรับการยกเวนการทํารายงาน EIA หรือการผลักดันใหภาคตะวันออกกลายเปน

             พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยไดรับยกเวนไมตองปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมและ
             รักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ รวมถึงนโยบายทวงคืนผืนปา ซึ่งมีการปราบปรามผูกระทําความผิด
             โดยเพิ่มกําลังเจาหนาที่และใชมาตรการที่รุนแรงเขาดําเนินการ ทําใหเกิดผลกระทบตอประชาชน
             ผูอาศัยอยูในเขตปาและกําลังอยูในกระบวนการแกไขปญหากับภาครัฐอยางหลีกเลี่ยงไมได ผลกระทบ
             ที่เกิดขึ้นจากนโยบายตาง ๆ ทําใหประชาชนและชุมชนตางคัดคานและใชสิทธิเรียกรองใหหยุดหรือ

             ชะลอ เนื่องจากนโยบายตาง ๆ นั้น ขาดการมีสวนรวมสาธารณะ ตลอดระยะเวลาที่ผานมาก็ถูกปดกั้น
             และถูกคุกคามจนกลุมชาวบาน/ชุมชน ไมสามารถดําเนินกิจกรรมได โดยทหารใชวิธีการเขาเยี่ยมบาน
             เพื่อพูดคุยและปรับทัศนคติ ซึ่งไมไดอางอํานาจตามกฎหมาย รวมถึงการเรียกตัวแกนนําชุมชนเขาไป

             พูดคุยกับทหารเพื่อหามปรามการเคลื่อนไหวคัดคานโครงการพัฒนาตาง ๆ และดําเนินคดีในขอหาที่
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94