Page 41 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 41

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  39



                    2. เมื่อผูตองโทษหญิงดังกลาวตองใชชีวิตอยูในเรือนจําหรือทัณฑสถานแลว ทําอยางไรชีวิต

             ของผูตองโทษหญิงคนนั้นจะไมเปลี่ยนแปลงหรือแตกตางไปจากสภาพที่ใชชีวิตอยูภายนอกเรือนจําหรือ
             ทัณฑสถาน นอกเหนือจากอิสรภาพที่ตองถูกจํากัดลงในระหวางนั้น หลักการสําคัญของ Bangkok Rules ที่
             สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
             ทรงนําเสนอ  และสมัชชาสหประชาชาติไดยอมรับและกําหนดใหเปนมาตรฐานในการปฏิบัติตอผูตองขัง
             ที่เปนหญิงสอดคลองกับหลักการลงโทษที่ไดสัดสวน (proportionality) และหลักการลงโทษที่เหมาะสม

             กับผูกระทําความผิดแตละคน (individualization) โดยเฉพาะกับผูกระทําความผิดที่เปนผูหญิง
                                                                                       14

                    1.2  หลักความไดสัดสวนในการลงโทษตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย

                    แมรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ไมไดกลาวถึงการลงโทษทางอาญาที่ได
             สัดสวนไวโดยตรง  แตหลักความไดสัดสวนในการลงโทษทางอาญาก็แทรกอยูในหลักการทั่วไปของ
             การจํากัดสิทธิเสรีภาพตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติวา “การตรากฎหมายที่มีผลเปนการจํากัดสิทธิ
             หรือเสรีภาพของบุคคลตองเปนไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ  ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิไดบัญญัติ
             เงื่อนไขไว กฎหมายดังกลาวตองไมขัดตอหลักนิติธรรม ไมเพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล

             เกินสมควรแกเหตุ และจะกระทบตอศักดิ์ศรีความเปนมนุษยของบุคคลมิได รวมทั้งตองระบุเหตุผล
             ความจําเปนในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไวดวย”
                    จากหลักการของรัฐธรรมนูญสะทอนใหเห็นหลักการลงโทษที่ไดสัดสวนปรากฏอยูในรัฐธรรมนูญ

             แหงราชอาณาจักรไทยเชนเดียวกัน เนื่องจากวาการลงโทษทางอาญาเปนมาตรการจํากัดสิทธิเสรีภาพ
             อยางหนึ่งที่รัฐจะตองกระทําภายใตกรอบแหงความจําเปนและไดสัดสวนตามรัฐธรรมนูญ
                                                                                  15
                    เปนเรื่องที่นาสนใจวา หากประชาชนหรือศาลเห็นวาโทษทางอาญาในกฎหมายใดไมสอดคลอง
             กับหลักความไดสัดสวนแหงรัฐธรรมนูญตามที่รับรองไวในมาตรา 26  ศาลรัฐธรรมนูญนาจะมีอํานาจ
             ที่จะวินิจฉัยวาบทบัญญัติที่กําหนดโทษทางอาญาที่ไมไดสัดสวนนั้นขัดตอรัฐธรรมนูญอันมีผลให

             กฎหมายตกไป


                    1.3  การเทียบสัดสวนการลงโทษหนักหรือเบาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นและความชั่วราย

             ของผูกระทํา
                    เมื่อหลักความไดสัดสวนในการลงโทษปรากฏอยูในหลักสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศและมีคา
             เปนหลักการในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย  ปญหาที่วาเราจะเทียบไดอยางไรวาโทษทางอาญานั้น
             ไดสัดสวนกับการกระทําของผูกระทําความผิด
                    ในเรื่องดังกลาวศาลมีดุลพินิจที่จะลงโทษผูกระทําความผิดหนักเบาอยางไดสัดสวนโดยคํานึงถึง

             ปจจัยสองประการ คือ ความเสียหายที่ผูกระทําความผิดกอขึ้น (harm) ประกอบกับความชั่วรายของ
             ผูกระทําความผิดแตละคน (culpability)



                    14  แหลงเดิม. (น. 15).
                    15  แหลงเดิม. (น. 16).
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46