Page 45 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม - เมษายน 2563)
P. 45

ปที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563)  43



             มาตรการอื่นแทนการจําคุก ควรนํามาใชอยางจริงจังเชนเดียวกัน ทายสุดกระบวนการแกไขฟนฟูในเรือนจํา

             ควรจะดําเนินการแบบเฉพาะราย (individualization)   โดยการคนหาสาเหตุแหงการกระทําความผิด
                                                         26
             ของผูกระทําความผิดแตละรายและแกไขฟนฟูที่ตนเหตุแหงการกระทําความผิด เพราะผูกระทํา
             ความผิดแบบเดียวกันอาจมีสาเหตุแหงการกระทําความผิดที่แตกตางกันได โปรแกรมการฟนฟูและ
             ฝกอาชีพนักโทษในเรือนจําจึงไมควรใชโปรแกรมเดียวกับนักโทษทุกคน



                    2.3 ระบบทะเบียนประวัติอาชญากร (criminal record) ที่ไมเปดโอกาสใหมีการนําผูที่กลับ
             ตัวไดเขาสูสังคม
                    ในปจจุบันระบบทะเบียนประวัติอาชญากรของไทยอยูในความดูแลของสํานักงานตํารวจแหงชาติ

             เมื่อนักโทษคนใดที่พนโทษแลว แมจะไดรับการแกไขฟนฟูเปนคนดีของสังคม ก็ยังถูกตีตรา (stigma)
             ไวในทะเบียนประวัติอาชญากรจนถึงแกความตาย โดยไมอาจขอปกปดหรือขอลบออกได ระบบดังกลาว
             ไมเปดโอกาสใหนําตัวผูกระทําความผิดสูสังคม แมจะฟนฟูดีอยางไรหลังการกระทําความผิด ผูที่เคย
             พลาดพลั้งก็ไมมีทางไดรับโอกาสในการกลับเขาทํางานหรือใชชีวิตแบบคนปกติ ทําใหการแกไขฟนฟู
             ผูกระทําความผิดไมบรรลุเปาหมายสุดทายอยางสมบูรณ การแกไขกฎหมายใหนักโทษที่พนโทษที่ผาน

             ระยะเวลาพอสมควรแลวไมกระทําความผิดอีก (crime free period) เชน 10-15 ป นับจากพนโทษ 27
             สามารถขอปกปดทะเบียนประวัติอาชญากรจากสาธารณชนได จะชวยใหการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด
             บรรลุวัตถุประสงคสุดทายอยางสมบูรณโดยการนําผูกระทําความผิดที่กลับตัวกลับใจไดแลวกลับเขาสู

             สังคมอยางคนปกติอยางแทจริง
                                      28

                    หลักสิทธิมนุษยชนมีสวนสําคัญกับการกําหนดโทษทางอาญา ดานหนึ่ง คือ หลักความไดสัดสวน
             (principle of proportionality) เพื่อใชเปนหลักในการกําหนดโทษทางอาญาไมใหรุนแรงเกินสมควร
             อีกดานหนึ่ง  คือ  หลักการแกไขฟนฟูผูกระทําความผิด (Rehabilitation)  เพื่อใชเปนหลักการในการ

             ลงโทษผูกระทําความผิดเพื่อใหไดรับโอกาสในการแกไขฟนฟูและกลับเขาสูสังคมอยางปกติ ประเทศไทยในฐานะ
             รัฐภาคีของกติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)  มีพันธกรณีที่จะ
             ตองดําเนินการเกี่ยวกับการลงโทษผูกระทําความผิดทางอาญาใหสอดคลองกับหลักการสิทธิมนุษยชน

             ดังกลาว  การลงโทษทางอาญาใหสอดคลองกับหลักสิทธิมนุษยชน ไมใชแคเพียงใหประเทศไทยเปนที่
             ยอมรับกับประชาคมโลกในเรื่องการคุมครองสิทธิมนุษยชน  แตยังเปนผลดีกับกระบวนการยุติธรรมของ
             ไทยในภาพรวมอีกดวย






                    26  จาก “การกําหนดโทษใหเหมาะสมสําหรับผูกระทําความผิดเปนราย ๆ (individualization)” ใน “หลักสัดสวนในการ
             กําหนดโทษ”, โดย สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล, 2557, รพี 2557, น. 24. ; “การปรับใชโทษใหเหมาะสมกับนักโทษแตละคน”, โดย
             ปกปอง ศรีสนิท, 2550, วารสารบทบัณฑิตย (เนติบัณฑิตยสภา), เลมที่ 63.
                    27  ระยะเวลาปลอดอาชญากรรม (crime free period) 10-15 ป ขึ้นอยูกับความรุนแรงของการกระทําความผิด.
                    28  จาก “การปฏิรูปทะเบียนประวัติอาชญากรกับแนวคิดการกําหนดโทษใหเหมาะสมกับผูกระทําความผิด (Individualization),”
             โดย ปกปอง ศรีสนิท, 2561, นิติธรรมประจักษ สุรศักดิ์ 60 ป, น. 179-181.
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50