Page 93 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 93
92 วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน
ด้านสิทธิมนุษยชนเชิงลึก รวมถึงการนิยามประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำาคัญต่อบริษัท อย่างไรก็ดี
ข้อจำากัดของแนวทางนี้ คือ ไม่ใช่การพิจารณาเชิงลึก ส่งผลให้มีโอกาสน้อยมากที่จะประเมินผลกระทบด้าน
สิทธิมนุษยชนตามความเป็นจริง และขาดการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสียภายนอกและกลุ่มที่อาจจะได้รับ
ผลกระทบ
(2) การประเมินผลกระทบระดับประเทศ (Assessing Impact at Country Level) เป็นการ
วิเคราะห์เชิงลึกว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทอย่างไร และ
ห่วงโซ่คุณค่าในพื้นที่หรือประเทศที่สำาคัญซึ่งมีระดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสูง แนวทางนี้ส่งผลให้บริษัท
เข้าใจสาเหตุของผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น และการพัฒนาวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะกับแต่ละประเทศ
หรือท้องถิ่น และมีมุมมองใหม่และการระบุความเสี่ยงและผลกระทบจากการแลกเปลี่ยนโดยตรงกับผู้ได้รับ
ผลกระทบ นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนเบื้องต้นในพื้นที่ให้กับบริษัทและแผนกอื่น ๆ ของบริษัท อย่างไรก็ดี
ข้อจำากัดและความท้าทายของแนวทางนี้คือ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้เสีย
มาตรฐานการเก็บข้อมูล และอาจไม่เหมาะสำาหรับกับทุกพื้นที่ปฏิบัติการภายใต้เวลาจำากัด
(3) การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท (Regular
Assessment of Compliance Risks and Impacts at All Sites) เป็นการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องซึ่งสอดคล้องกับ
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทและคุณภาพของการบูรณาการกับท้องถิ่น ประโยชน์ของแนวทางนี้คือ
ทำาให้เข้าใจบริบทด้านสิทธิมนุษยชนที่ลึกซึ้งมากขึ้นและจัดการความท้าทายจากการเผชิญกับการจัดการท้องถิ่น
เป็นการสร้างมาตรฐานที่มาจากการพัฒนาวิธีดำาเนินการและเครื่องมือด้านความเสี่ยงซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของ
แต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังถือเป็นจุดคานงัดสำาหรับมาตรการติดตามผ่านการบูรณาการเข้ากับธรรมาภิบาล
ของบริษัท อย่างไรก็ดี ข้อจำากัดของแนวทางนี้คือ การรวบรวมข้อมูลและกระบวนการติดตามใช้ทรัพยากรมาก
และการระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับระดับของการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบและคุณภาพของ
กลไกเยียวยาในพื้นที่
(4) การเลือกประเมินบางพื้นที่การผลิต (Compliance Assessment at Selected Production
Sites) เป็นวิธีการสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนภายในบริษัท เพื่อพิจารณาภาพรวมและการเปรียบเทียบ
พื้นที่ต่าง ๆ ว่ามีการดำาเนินการตามนโยบายของบริษัทอย่างไร มีการระบุประเด็นสำาคัญและความไม่แน่นอน
ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ใช้สำาหรับเป็นข้อมูลพื้นฐานในกระบวนการ HRDD อย่างไรก็ดี ข้อจำากัดแนวทางนี้ คือ
ข้อมูลที่ได้ไม่เพียงพอต่อการระบุผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจริง และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย
ภายนอกและกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบน้อยเกินไป
(5) การประเมินผลกระทบในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมุ่งเน้นมาตรฐานแรงงานและแรงงานเด็ก
(Assessing Impacts along a Single Supply Chain, Focusing on Labour Standards and Children’s
Rights) แนวทางนี้ช่วยทำาให้บริษัทมีความเข้าใจลึกซึ้งต่อบริบททางสิทธิมนุษยชนและผลกระทบอย่าง

