Page 89 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 89

88     วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน






                                ก�รตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่�งรอบด้�น




                     เป็นที่ทราบกันดีในปัจจุบันว่า ไม่เพียงแต่รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้กระทำาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เอกชน
            หรือภาคธุรกิจเองก็สามารถเป็นผู้กระทำาการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ เช่น การก่อสร้างโครงการขนาด

            ใหญ่ต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิต่าง ๆ ในหลายมิติ อาทิ สิทธิชุมชน สิทธิในฐานทรัพยากรธรรมชาติและ

            สิ่งแวดล้อม สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในสุขภาพ หรือในการประกอบการก็มีเรื่องของมิติสิทธิแรงงาน เป็นต้น
            ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะของการดำาเนินธุรกิจข้ามพรมแดนในหลายประเทศทั่วโลก
            โดยที่ยังขาดกลไกด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เป็นกลไกในลักษณะที่มีผลบังคับในทางกฎหมาย

                     จึงเกิดความพยายามขององค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ในการจัดทำา “หลักการ

            ชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (UN Guiding Principles on Business and Human
            Rights: UNGP) เพื่อสร้างบรรทัดฐานเพื่อให้การดำาเนินธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชน  โดยการรับรองของคณะมนตรี
            สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติในปี 2554 ซึ่งประเทศไทยได้รับรองหลักการดังกล่าวด้วย

                     หลักการ UNGP นี้ประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ได้แก่ เสาที่ 1 “ก�รคุ้มครอง (protect)” กล่าวคือ

            รัฐมีหน้าที่ในการคุ้มครองทุกคนภายใต้เขตอำานาจรัฐ (jurisdiction) มิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
            กับการดำาเนินธุรกิจ รัฐจะต้องมีกระบวนการที่เหมาะสมในการปกป้อง สืบสวนสอบสวน ลงโทษ และเยียวยาผ่าน
            นโยบาย กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่มีประสิทธิภาพ เสาที่ 2 “ก�รเค�รพ (respect)” กล่าวคือ ธุรกิจมีความ

            รับผิดชอบในการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทต้องรู้และแสดง (know and show) ว่าตนได้เคารพสิทธิมนุษยชน

            บริษัทต้องรู้ผลกระทบ หลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลต่าง ๆ ในทุกที่ที่มีการประกอบกิจการ ไม่ว่า
            จะเป็นธุรกิจขนาดใดหรือธุรกิจประเภทใด และระบุผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ถ้าบริษัทพบว่าเป็นสาเหตุหรือเป็น
            ส่วนหนึ่งของผลกระทบทางลบต่อสิทธิมนุษยชน บริษัทต้องจัดให้มีหรือมีส่วนในกระบวนการเยียวยา

            ที่มีประสิทธิภาพ และเสาที่ 3 “ก�รเยียวย� (remedy)” กล่าวคือ เมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้น

            รัฐต้องมีกระบวนการที่ทำาให้แน่ใจได้ว่าเหยื่อ/ผู้เสียหายสามารถเข้าถึงการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น
            กลไกทางศาลหรือกลไกที่นอกเหนือจากศาล หรือกระบวนการทางปกครอง และเมื่อปรากฏว่า ธุรกิจกระทำาหรือ
            มีส่วนทำาให้เกิดผลกระทบทางลบต่อสิทธิมนุษยชน บริษัทถูกคาดหวังให้ริเริ่มหรือเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการ

            บรรเทาผลกระทบต่อบุคคล/ชุมชนในระดับปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ

                     อนึ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ตระหนักถึงความสำาคัญในการส่งเสริมให้ภาค
            ธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชน โดยเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 กสม. โดยคณะอนุกรรมการด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ
            สังคม และวัฒนธรรม ได้จัดสัมมนา เรื่อง “ธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมกับการเคารพสิทธิมนุษยชน
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94