Page 38 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 38
31
3) ศึกษา วิเคราะหและพัฒนาระบบ หลักสูตร วิธีการหรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวของกับการพัฒนา
บุคลากรใหบรรลุผลสัมฤทธิ์และมีความเปนมาตรฐาน
4) เปนศูนยกลางในการบริหารจัดการความรู (knowledge management) โดยประสานเชื่อมโยงกับ
หนวยงานทั้งในและตางประเทศ เพื่อพัฒนาองคความรูดานการปองกันและปราบปรามการทุจริตให
บุคลากร
5) ดําเนินการเกี่ยวกับการเสริมสรางและปลูกฝงวัฒนธรรมองคกรใหกับบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.
6) เปนศูนยกลางการพัฒนาบุคลากรดานการปองกันและปราบปรามการทุจริตทั้งภายในประเทศและ
ระหวางประเทศ
7) จัดทําและพัฒนาระบบฐานขอมูลการพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.
8) ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรของสํานักงาน ป.ป.ช.
จากการจัดแบงสวนราชการทั้งสองหนวยงาน จะเห็นไดวา มีการแบงหนาที่อยางชัดเจนระหวาง
สํานักวิจัยและบริการวิชาการ กับสถาบันการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ โดย
สํานักวิจัยมีบทบาทในการดําเนินการพัฒนาองคความรูทั้งที่ดําเนินการเอง และใหทุนศึกษาวิจัยกับ
บุคคลภายนอก ในขณะเดียวกันก็มีการเผยแพรและผลักดันใหเกิดการใชประโยชนจากองคความรูของ
สํานักงาน ป.ป.ช. ในขณะที่สถาบันการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ มีหนาที่
หลักในการพัฒนาบุคลากรอยางครบวงจร ตั้งแตระดับปจเจกบุคคลและจัดการความรูเปนหลัก
3.5 สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในรูปแบบสถาบันภายใตมูลนิธิ โดยเฉพาะมูลนิธิที่
เชื่อมโยงกับหนวยราชการ
โดยทั่วไป การจัดตั้งสถาบันพัฒนาองคความรูที่อยูภายใตมูลนิธิหรือรูปแบบมูลนิธิมักจะเปนรูปแบบ
การดําเนินงานขององคกรนอกภาครัฐ อยางไรก็ดี ในระยะหลัง ๆ พบวา หนวยงานภาครัฐจํานวนหนึ่งเลือกใช
วิธีการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อดําเนินการในเรื่องเฉพาะ เรื่องเรงดวน ซึ่งไมสามารถดําเนินการได หากทําภายใต
ขอจํากัดของระบบราชการ โดยอนุมัติงบประมาณจากราชการใหเปนเงินประเดิม ใหมีการบริหารจัดการ
ภายใตกรรมการมูลนิธิ ซึ่งนาสนใจวาองคประกอบของกรรมการมูลนิธิ จะตองมีผูบริหารหนวยงาน หรืออดีต
ผูบริหารหนวยงานนั้นๆ เพื่อใหสามารถเชื่อมโยงทิศทางการทํางานของมูลนิธิในสอดคลองกับทิศทางหลักของ
หนวยงาน ในขณะที่มูลนิธิก็ตองดําเนินการเพื่อหารายไดมาทํากิจกรรม หนวยงาน (ตั้งตน) ก็จะเปนที่มาของ
ทรัพยากรการดําเนินงาน ในรูปแบบของโครงการที่จัดจางใหมูลนิธิดําเนิการ
ในที่นี้ผูวิจัยไดยกกรณีศึกษาสถาบันการพัฒนาองคความรู 3 แหงที่อยูภายใตมูลนิธิที่เชื่อมโยงกับ
ระบบราชการมาเปนกรณีศึกษา ไดแก มูลนิธินโยบายเศรษฐกิจการคลัง มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองคกร
ภาครัฐ สถาบันพัฒนานโยบายสาธารณะและการพัฒนา ภายใตมูลนิธิพระยาสุริยานุวัตร
3.5.1 มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.)
มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) เกิดขึ้นครั้งแรกในป พ.ศ. 2540 ในฐานะ
มาตรการเรงดวนการในชวยเหลือทางดานเทคนิคเพื่อเยียวยาความตกต่ําทางเศรษฐกิจและสังคม ไดรับการ
สนับสนุนเงินทุนในการจัดหาบุคลากรเพื่อสนับสนุนการดําเนินนโยบายของกระทรวงการคลัง ตอมาไดจด
ทะเบียนเปนมูลนิธิในวันที่ 1 พ.ศ.2544 มีวัตถุประสงคหลัก ในการดําเนินงานศึกษาวิเคราะหวิจัยดานนโยบาย
เศรษฐกิจ การเงิน การคลัง สงเสริมความรวมมือระหวางประเทศและดําเนินงานรวมกันกับองคกรตางประเทศ
ในการศึกษาวิจัย โดยไมดําเนินการเกี่ยวของกับการเมือง มีทุนจดทะเบียนตั้งตนซึ่งไดรับการจัดสรร
งบประมาณ จํานวน 200,000 บาท

