Page 33 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 33

26



               วิชาการอื่น ๆ ดําเนินการวิจัยและเผยแพรขอมูลดานสิ่งแวดลอมแกประชาชน และยังมีการจัดทําโครงการ
               ภาคสนามรวมกับทองถิ่นในการอนุรักษสิ่งแวดลอม

                       กลไกการบริหารที่สําคัญของสถาบันสิ่งแวดลอมไทย คือ คณะกรรมการบริหาร ซึ่งนาสนใจวา

               คณะกรรมการบริหารในชุดปจจุบันเปนกลุมอดีตขาราชการระดับสูง ทั้งจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
               สิ่งแวดลอม กระทรวงอุตสาหกรรม อดีตผูจัดการกองทุนสนับสนุนและสรางเสริมสุขภาพ ตัวแทนบริษัทเอกชน
               ขนาดใหญ นอกจากนี้ ผูอํานวยการคนปจจุบันของสถาบันยังเปนอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
               สิ่งแวดลอมอีกดวย ดังนั้น จึงดูเหมือนวายุทธศาสตรสําคัญในการบริหารจัดการสถาบันคือการเชื่อมโยงกับ

               หนวยราชการ หรือบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพและมีจุดมุงหมายในการทํางานดานสิ่งแวดลอม เพราะเมื่อ
               พิจารณาทรัพยากรในการดําเนินงานของสถาบัน พบวา รายไดสําคัญ (รอยละ 80) มาจากเงินสนับสนุน
               โครงการและกิจกรรมที่มาจากหนวยงานอื่น อีกรอยละ 20 เปนคาสมาชิกและรายไดอื่น ๆ (ณ สิ้นป 2561)

               3.3.3 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

                       สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอารไอ เปนองคกรคลังสมอง (Think Tank)
               ภาคเอกชนที่มีอิทธิพลตอนโยบายเศรษฐกิจไทยมาอยางยาวนาน มีการทําวิจัยในประเด็นนโยบายเศรษฐกิจ
               อยางหลากหลาย ครอบคลุมประเด็นที่สาธารณะใหความสนใจมาอยางตอเนื่อง ทีดีอารไอกอตั้งเมื่อป 2527
               โดยมีวัตถุประสงคใหเปนสถาบันวิจัยอิสระที่มีบทบาทในการกําหนดนโยบายเศรษฐกิจสําหรับประเทศ
               โดยเฉพาะการทํากิจกรรมที่ไมสามารถดําเนินไดในหนวยงานรัฐ ดําเนินงานภายใตการกํากับของมูลนิธิ

               ดําเนินการวิจัยเชิงนโยบายในหลากหลายดาน โดยเฉพาะอยางยิ่งนโยบายดานเศรษฐกิจ ใหแกหนวยงาน
               ภาครัฐ ภาคเอกชน และหนวยงานระหวางประเทศ ตลอดจนริเริ่มการวิจัยเอง เพื่อสนับสนุนการกําหนด
               นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยใหเปนนโยบายที่เอื้อตอการเติบโตอยางยั่งยืนและมี

               คุณภาพ ผูสนับสนุนหลักในชวงกอตั้ง ไดแก สํานักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
               แหงชาติ กรมวิเทศสหการ องคกรเพื่อการพัฒนาระหวางประเทศแหงแคนาดา (CIDA) องคการเพื่อการพัฒนา
               นานาชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (USAID) และไดรับการบริจาคเงินสมทบเปนกองทุนเงินประเดิมจาก
               นิติบุคคลและบุคคลจํานวนหนึ่ง ภายหลังการกอตั้ง ทีดีอารไอยังไดรับการวาจางทั้งจากหนวยงานภาคเอกชน

               หนวยงานอิสระของรัฐ และหนวยงานราชการอยางตอเนื่อง ในฐานะองคกรภาคเอกชนไมแสวงกําไร
               งบประมาณในการดําเนินงานทั้งหมดมาจากทุนวิจัยและการรับจางทํางานวิจัย โดยมีการหักงบประมาณรอย
               ละ 30 ของงบประมาณทั้งหมดเปนคาใชจายของสถาบัน และอีกรอยละ 70 เปนคาใชจายในการทําวิจัย
                (เอกสิทธิ์ หนุนภักดี, 2558) ดังนั้น บุคลากรในองคกรจึงจําเปนตองหาทุนวิจัยเพื่อเปนคาใชจายในการทําวิจัย

               เงินเดือนและคาตอบแทนของคนในองคกร อยางไรก็ดี ในระยะหลัง ทีดีอารไอกําหนดเงื่อนไขไมรับทํางาน
               ใหกับบริษัทเอกชน เนื่องจากถือวาทีดีอารไอมีหนาที่ศึกษาวิจัยเพื่อประโยชนสาธารณะ ดังนั้น ปจจัยที่มี
               อิทธิพลตอการกําหนดทิศทางการทํางานวิจัยในภาพรวมมี 3 ปจจัย คือ ความตองการของผูวาจาง ความรู
               ชํานาญของนักวิจัย และกรอบทิศทางงานวิจัยของทีดีอารไอเอง

                       การบริหารงานของทีดีอารไอ ทําโดยประธานสถาบัน ภายใตการกํากับดูแลของสภาสถาบันและคณะ

               กรรมการบริหารสถาบัน (ซึ่งก็คือคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ) ซึ่งมีองคประกอบเปนนักวิชาการเศรษฐศาสตร
               ที่มีชื่อเสียง อดีตนักการเมือง หรือขาราชการผูรับผิดชอบดานเศรษฐกิจ ผูบริหารระดับสูงของภาคเอกชน
               นายธนาคาร หรือผูบริหารที่มีชื่อเสียงทั้งจากรัฐบาลและภาคเอกชน ในทางปฏิบัติ สภาสถาบันมีหนาที่ตัดสินใจ
               เกี่ยวกับการพัฒนาและการวางนโยบาย แผนงานและงบประมาณและเรื่องอื่น ๆ ที่ถือเปนความจําเปนในการ
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38