Page 43 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 43

36



                       เมื่อพิจารณาบทเรียนการจัดตั้งหนวยงานที่เกี่ยวของแลว มีประเด็นที่จําเปนตองพิจารณา 2 ประการ
               ไดแก ทางเลือกในการจัดตั้ง และเปาหมายการดําเนินงานของหนวยงานที่จะจัดตั้ง

                       หากพิจารณาทางเลือกในการจัดใหมีสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูดานสิทธิมนุษยชนในชั้นนี้

               พบวามี 3 ทางเลือก คือ

                       1.  การดําเนินงานภายในสํานักงานเอง โดยการออกประกาศเพื่อแบงสวนราชการของสํานักงาน
               กสม. โดยสํานักงาน กสม. ในฐานะเปนองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เปนสวนราชการและมีฐานะเปนนิติบุคคล
               ซึ่งอยูภายใตการกํากับดูแลของ กสม. ซึ่งมีจุดเดนคือ  กสม. สามารถออกระเบียบในการแบงสวนราชการ
               ภายในสํานักงาน กสม. ได สามารถกํากับการดําเนินงานไดโดยตรง เงื่อนไขสําคัญของทางเลือกนี้คือ การ

               จัดการกับกรอบอัตราบุคลากร และการพัฒนาทักษะของบุคลากรในการศึกษาวิจัย อยางไรก็ดี หากบุคลากรมี
               อยูอยางจํากัด การสนับสนุนใหเกิดภาคีวิจัยภายนอกอาจจะเปนแนวทางที่มาเติมชองวางได ทั้งนี้ เพื่อมิใหงาน
               ศึกษาวิจัยเปนสวน ๆ  สถาบันจําเปนตองกําหนดทิศทางการพัฒนาระบบและองคความรูที่ชัดเจน

                       2.  จัดตั้งสถาบันในฐานะมูลนิธิที่มีความเชื่อมโยงกับ กสม. โดยมีบุคลากร กสม. เปนผูกํากับดูแลการ
               ดําเนินงานในฐานะกรรมการมูลนิธิ จุดเดนของการจัดตั้งสถาบันนี้คือ ความเปนอิสระจากระบบราชการ ทําให
               สามารถบริหารงานไดอยางคลองตัว และสํานักงาน กสม. สามารถกํากับการดําเนินงานได แตมีเงื่อนไขสําคัญ
               คือ จําเปนตองหาทุนประเดิมเพื่อการจัดตั้งสถาบัน ในขณะเดียวกัน สถาบันฯ ก็จําเปนตองหารายไดเพื่อให
               สามารถดําเนินการไดอยางยั่งยืน โดยเฉพาะในภาวะที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสรางการบริหารจัดการทุน

               สนับสนุนการวิจัย และงบประมาณวิจัยในประเทศเนนไปที่การพัฒนาเทคโนโลยี
                       3.  การเสนอใหมีการจัดตั้งสถาบันที่เปนอิสระภายนอกสํานักงาน ในลักษณะองคการมหาชน ซึ่ง
               ไดรับงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐ มีเชื่อมโยงกับสํานักงาน กสม. โดยเสนอใหบุคลากรใน กสม. เปน

               กรรมการของสถาบันฯ โดยตําแหนง เพื่อใหสามารถกํากับดูแลทิศทางการดําเนินงาน โดยหลักการ รูปแบบนี้
               นาจะเปนรูปแบบที่ดีที่สุด ทั้งในแงความเปนอิสระและยั่งยืน อยางไรก็ดี จากขอกําหนดในมาตรา 3 แหง
               พระราชบัญญัติองคการมหาชน พ.ศ. 2542 การเสนอใหมีสถาบันในลักษณะดังกลาว ถือเปนอํานาจของฝาย
               บริหาร คือรัฐบาล โดยตองผานการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาและสงเสริมองคการมหาชน (กพม.)
               (มาตรา 3 พระราชบัญญัติองคการมหาชน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 และในฐานะเปนหนวยราชการที่เปนองคการ

               อิสระตามรัฐธรรมนูญ สํานักงาน กสม. ยอมไมสามารถดําเนินการไดโดยลําพัง

               ตารางที่ 3. 2 เปรียบเทียบเปาหมายการดํานินงานของกรณีศึกษา


                                                                            เปาหมายการดําเนินงาน

                 ประเภทองคกร             ชื่อองคกร           ทํา    ใหทุน  ขับเคลื่อน  พัฒนา
                                                               วิจัย   วิจัย   นโยบาย  บุคลากร   สอน  อบรม
                               สถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการ
                 สวนราชการ                                     X      x
                               ยุติธรรม สํานักงานกิจการยุติธรรม

                 องคการมหาชน  สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย   X          x         x              x
                 หนวยงานภายใต  สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา
                 มหาวิทยาลัยใน                                  X                                 x      x
                 กํากับของรัฐ   มหาวิทยาลัยมหิดล
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48