Page 34 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 34

27



               บริหารงาน สวนคณะกรรมการบริหาร มีหนาที่ในการกํากับดูแลทิศทางการวิจัยและการบริหารงานของ
               สถาบัน มีการประชุมรวมกันปละ 2 ครั้ง

                       ในสวนของผลงานวิจัยของทีดีอารไอ เอกสิทธิ์ หนุนภักดี (2558) ไดทํารวบรวมผลงานของทีดีอารไอ

               ในชวงระยะเวลา 30 ป (2528-2558) ไดจํานวนรวม 912 โครงการ หัวขอที่มากที่สุดเปนงานวิจัยเกี่ยวกับการ
               พัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม การคาการลงทุน การบริการและการเงิน จํานวน 358 โครงการ รองลงมา
               เปนประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม การศึกษา สิ่งแวดลอม พลังงานและทรัพยากร 223 โครงการ
               มีโครงการวิจัยเกี่ยวกับรัฐ กลไกรัฐ นโยบายรัฐและตางประเทศ โครงการวิจัยเกี่ยวกับเกษตร แรงงานและ

               สวัสดิการสังคมดวย โดยงานวิจัยที่มีการทําอยางสม่ําเสมอเปนเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการ การลงทุน

                       ดังนั้น ทีดีอารไอ จึงมีความโดดเดนในฐานะสถาบันที่เปนคลังสมองในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจและ
               สังคมที่มีความเปนอิสระ และมีอิทธิพลตอการผลักดันนโยบายทางดานเศรษฐกิจและสังคม อยางไรก็ดี ดวย
               สถานะของทีดีอารไอที่นิยามตนเองเปนองคกรไมแสวงกําไร ดังนั้น ความทาทายที่สําคัญที่ทีดีอารไอตองเผชิญ

               คือ แรงกดดันในการหาเงินทุนเพื่อดําเนินการวิจัย และบริหารสถาบัน โดยที่ยังคงรักษาจุดยืนในฐานะองคกร
               เพื่อประโยชนของสาธารณะ

               3.4 สถาบันหรือหนวยงานรูปแบบอื่นในทํานองเดียวกันที่อยูภายใตสังกัดองคกรอิสระตาม
               รัฐธรรมนูญ

               3.4.1 สถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา
                       สถาบันผูตรวจการแผนดิน เดิมมีชื่อวา สถาบันผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา เปนองคกรอิสระที่จัดตั้ง

               ครั้งแรกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และพระราชบัญญัติประกอบ
               รัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา พ.ศ. 2542 อยางไรก็ดี เนื่องจากในสองทศวรรษที่ผานมา
               มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญหลายครั้ง ในปจจุบัน รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
               และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยผูตรวจการแผนดิน พ.ศ.2560 กําหนดใหสํานักงานผูตรวจการ

               แผนดินเปนองคกรอิสระและองคกรอื่นตามรัฐธรรมนูญ มีหนาที่และอํานาจดังนี้

                       (1) เสนอแนะตอหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของเพื่อใหมีการปรับปรุงกฎหมาย กฎขอบังคับ ระเบียบ
                          หรือคําสั่งหรือขั้นตอนการปฏิบัติงานใด ๆ ที่กอใหเกิดความเดือดรอนหรือไมเปนธรรมตอ
                          ประชาชน
                       (2) แสวงหาขอเท็จจริงเมื่อเห็นวามีผูไดรับความเดือดรอนหรือไดรับความไมเปนธรรมอันเนื่องมาจาก

                          การไมปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัติการนอกเหนือหนาที่และอํานาจตามกฎหมายของหนวยงาน
                          รัฐหรือเจาหนาที่ของรัฐ เพื่อเสนอแนะตอหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของใหขจัดหรือระงับความ
                          เดือดรอนหรือไมเปนธรรม
                       (3) เสนอตอคณะรัฐมนตรีใหทราบถึงการที่หนวยงานของรัฐยังมิไดปฏิบัติใหถูกตองครบถวนตาม

                          หมวด 5 หนาที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ
                       ในการทําหนาที่ของผูตรวจการแผนดิน มี “สํานักงานผูตรวจการแผนดิน” ซึ่งเปนหนวยงานที่มีฐานะ
               เปนนิติบุคคล อยูภายใตการบังคับบัญชา กํากับดูแลและรับผิดชอบรวมกันของผูตรวจการแผนดิน มีหนาที่

               รับผิดชอบในงานธุรการและอํานวยความสะดวก ชวยเหลือ สงเสริมและสนับสนุน รวมไปถึงการศึกษา
               รวบรวม วิเคราะหขอมูลและสนับสนุนใหมีการวิจัยเกี่ยวกับงานของผูตรวจการแผนดิน (เนนโดยผูวิจัย) และ
   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39