Page 35 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 35

28



               การสงเสริมความรูความเขาใจแกประชาชนเกี่ยวกับการดําเนินการตามหนาที่ของผูตรวจการแผนดิน
               (สํานักงานผูตรวจการแผนดิน, 2562)

                       สถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา เปนหนวยงานภายในสํานักงานผูตรวจการแผนดิน เกิดขึ้นครั้งแรก

               ในนาม “ศูนยผูตรวจการแผนดินศึกษา” ภายใตกรอบบันทึกขอตกลงความรวมมือระหวาง
               มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กับสํานักงานผูตรวจการแผนดินของรัฐสภา (ในขณะนั้น) ที่ไดลงนามเมื่อวันที่
               24 ตุลาคม 2544 โดยมีความมุงหมายใหจัดตั้งศูนยศึกษาผูตรวจการแผนดินที่มีรูปแบบการดําเนินงานใน
               ลักษณะของการสรางเครือขายความรวมมือ (Network) มีการบริหารจัดการในรูปคณะกรรมการที่

               ประกอบดวยตัวแทนจากหนวยงานทั้งสองฝาย และผูทรงคุณวุฒิ ทําหนาที่กําหนดนโยบายและแนวทางการ
               บริหาร โดยมีผูอํานวยการศูนย ทําหนาที่รับผิดชอบในการบริหาร  อยางไรก็ดี เนื่องจากปญหาอุปสรรคในการ
               ประสานงานและขอจํากัดเรื่องที่ตั้ง ทําใหไมสามารถจัดตั้งได จนกระทั่งมีการปรับเพิ่มเติมหนาที่และอํานาจ
               ของผูตรวจการแผนดินตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ศูนยศึกษาผูตรวจการ

               แผนดินจึงเกิดขึ้นครั้งแรกในป  2550 ตามประกาศเรื่อง ปรับปรุงโครงสรางการแบงงานและขอบเขตหนาที่
               ของงานในสํานักงานผูตรวจการแผนดิน (เนนโดยผูวิจัย) เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 โดยกําหนดใหมี
               หนาที่รับผิดชอบหลักในงานดานวิชาการของสํานักงานผูตรวจการแผนดิน กลาวคือ การศึกษาเปรียบเทียบ

               ระบบผูตรวจการแผนดิน งานเอกสารวิชาการ/เผยแพร งานบริการวิชาการ งานวิเทศสัมพันธ ตอมาเมื่อวันที่ 1
               มีนาคม 2556 ผูตรวจการแผนดินจึงไดมีการประกาศการเปลี่ยนแปลงโครงสรางหนวยงานอีกครั้งตามคําสั่ง
               การปรับปรุงโครงสรางการแบงงานและขอบเขตหนาที่ของงานในสํานักงานผูตรวจการแผนดิน เรื่อง การ
               จัดแบงสวนงานและขอบเขตหนาที่ของสวนงานในสํานักงานผูตรวจการแผนดิน พ.ศ. 2556  (เนนโดยผูวิจัย)
               โดยจัดทําเปนคําสั่งและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเลมที่ 130 ตอนที่ 22 ก หนา 3-11 วันที่ 11 มีนาคม

               2556 ประกาศฉบับนี้มีผลเปลี่ยนแปลงศูนยศึกษาผูตรวจการแผนดินเปน สถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา
               ซึ่งทําใหสถาบันมีรูปแบบเปนสถาบันทางวิชาการที่มีภารกิจครอบคลุมมากขึ้น ทั้งหนาที่ดานวิชาการ คือ
               การศึกษาวิเคราะห วิจัยเสนอแนะและพัฒนาองคความรูเกี่ยวกับองคกรผูตรวจการแผนดิน จัดทําแผนการ

               ศึกษาวิจัยประจําป ตลอดจนบริหารจัดการงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใชอํานาจหนาที่ของผูตรวจการแผนดิน
               การจัดระบบและประมวลขอมูล การจัดหมวดหมูสารสนเทศดานวิชาการ เพื่อใหเกิดองคความรู พัฒนาระบบ
               รูปแบบการดําเนินงานของสํานักงาน ตลอดจนหนาที่ดานการเผยแพรองคความรูเกี่ยวกับองคกรผูตรวจการ
               แผนดิน ดําเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการ งานวิเทศสัมพันธ งานวารสารและเอกสารจดหมายขาวเผยแพร จัดทํา

               รายงานประจําป การประสานความรวมมือกับผูตรวจการแผนดินของตางประเทศหรือองคกรตางประเทศ
               รวมถึงการสรางเครือขายความรวมมือทางวิชาการกับตางประเทศดําเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
               หองสมุด งานพิพิธภัณฑและหอจดหมายเหตุผูตรวจการแผนดิน (สถาบันผูตรวจการแผนดิน, ม.ป.ป.) ใน
               ปจจุบันสถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษาจึงมีในฐานะหนวยงานภายในของสํานักงานผูตรวจการแผนดิน ซึ่ง

               ไดรับงบประมาณจากรัฐบาล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 มีบุคลากรหลักเปนนักวิชาการ จํานวน 14 อัตรา

                       ผลงานหลักของสถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา แบงเปน 2 สวน คือ งานวิจัยและพัฒนา และงาน
               วิชาการและเผยแพร สําหรับงานวิจัย จะมีพื้นฐานสําคัญมาการพิจารณาเรื่องรองเรียนของสํานักงาน
               ผูตรวจการแผนดิน (ผูอํานวยการสถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา, 2564) อยางไรก็ดี จากการพิจารณาการ
               เผยแพรผลงานวิชาการในเว็บไซตสถาบันผูตรวจการแผนดิน พบวางานสวนใหญที่เผยแพรเปนผลงานที่

               เกี่ยวของกับการทําหนาที่ของผูตรวจการแผนดิน เชน การเปรียบเทียบกฎหมาย รัฐธรรมนูญ การรวบรวมคํา
               วินิจฉัยของผูตรวจการแผนดิน ซึ่งมีทั้งงานของสํานักงานและงานของสถาบัน ในขณะที่งานวิจัยมีเพียง 3 ฉบับ
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40