Page 36 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 36

29



               และเปนงานที่สถาบันดําเนินการเองทั้งสิ้น จุดเดนที่สุดสถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษาคือ การเผยแพรผลงาน
               ผานวารสารวิชาการที่รวบรวมบทความวิชาการจากผูเขียนที่หลากหลาย ชื่อ วารสารผูตรวจการแผนดินศึกษา

               ซึ่งมีการเผยแพรปละ 2 ฉบับ ปจจุบันวารสารผูตรวจการแผนดินตีพิมพมาแลว 13 ป รวม 26 ฉบับ อยูใน
               ฐานขอมูลดัชนีการอางอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Center – TCI Tier 2)

                       สถาบันผูตรวจการแผนดินศึกษา จึงเปนกรณีศึกษาที่สําคัญของสถาบันพัฒนาระบบและองคความรูใน
               องคการอิสระตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีอํานาจในการจัดแบงสวนราชการของหนวยงาน โดยใชคําสั่งของหนวยงาน
               ตนเอง ภายใตกรอบอัตรากําลังที่มีอยูและไดรับการอุดหนุนจากภาครัฐ (อยางไรก็ดี รายงานประจําป 2562 ได

               ตั้งขอสังเกตถึงการที่รัฐบาลไมจัดสรรงบประมาณสวัสดิการคาบําเหน็จของพนักงานและลูกจาง ทําใหสงผลตอ
               การจัดการงบประมาณและขวัญกําลังใจของบุคลากรในสํานักงาน) อยางไรก็ดี แมจะมีขอไดเปรียบในเรื่องการ
               จัดโครงสรางสวนงาน และบุคลากรที่ไดรับการอุดหนุน แตภารกิจในการพัฒนาองคความรูของสถาบันก็ยังไม
               ชัดเจนนัก สวนหนึ่งอาจเปนเพราะมีงบประมาณในการทําการศึกษาวิจัยที่จํากัด ไมมีกองทุนที่จะสนับสนุนให

               เกิดเครือขายหรือภาคีวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวของ ทําใหมีเฉพาะงานวิจัยของสํานักงานเปนหลัก

               3.4.2 สถาบันพัฒนาระบบและองคความรู ภายใตสํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการ
               ทุจริตแหงชาติ (สํานักงาน ป.ป.ช.)
                       สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (สํานักงาน ป.ป.ช) เปนอีก
               หนวยงานที่มีฐานะเปนองคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และ

               พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยกําหนดให
               สํานักงาน ป.ป.ช. เปนสวนราชการและมีฐานะเปนนิติบุคคล รับผิดชอบตอคณะกรรมการปองกันและ
               ปราบปรามการทุจริตแหงชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีหนาที่และอํานาจที่สําคัญ ดังนี้

                       (1) รับผิดชอบงานธุรการ และดําเนินการเพื่อให ป.ป.ช. บรรลุภารกิจและหนาที่ตามที่กําหนดไวใน
                          รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่น

                       (2) อํานวยความสะดวก ประสานงาน ใหความรวมมือ สงเสริม และสนับสนุนการปฏิบัติงานของ
                          ป.ป.ช. และกรรมการ
                       (3) ประสานงานและใหความรวมมือระหวางประเทศเกี่ยวกับการปองกันและปราบปรามการทุจริต

                       (4) ดําเนินการหรือจัดใหมีการรวบรวม วิเคราะห ศึกษาวิจัย และเผยแพรขอมูลและความรูเกี่ยวกับ
                          การทุจริตและประพฤติมิชอบและอันตรายของการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและ
                          ภาคเอกชน
                       (5) สงเสริมและสนับสนุนใหประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีสวนรวมในการรณรงคใหความรู ตอตานหรือ

                          ชี้เบาะแส ตามกลไกที่ ป.ป.ช. กําหนด
                       (6) เสนอแนะและใหคําปรึกษาแกหนวยงานราชการ หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวน
                          ทองถิ่น หรือเจาพนักงานของรัฐ หรือภาคเอกชนเกี่ยวกับการปองกันและปราบปรามการทุจริต
                       (7) จัดทําระบบสารสนเทศของขอมูลเกี่ยวกับเรื่องที่อยูในระหวางการดําเนินการของป.ป.ช. ซึ่งอยาง

                          นอยตองระบุผูรับผิดชอบและความคืบหนาของการดําเนินการของแตละเรื่อง เพื่อกรรมการจะได
                          ตรวจสอบไดตลอดเวลา


                       ตามบทบัญญัติในมาตรา 143 (1) แหงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการปองกันและ
               ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561ป.ป.ช. มีอํานาจในการออกระเบียบหรือประกาศในการแบงสวนงานภายใน
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41