Page 31 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 31

24



               ของฝายตาง ๆ ในการรับมือกับความขัดแยง และเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อแปลงเปลี่ยนความขัดแยง และ

               สรางสังคมที่ยุติธรรม
                       ภายหลังมหาวิทยาลัยมหิดลไดเปลี่ยนสภาพเปนมหาวิทยาลัยที่มีฐานะเปนหนวยงานในกํากับของรัฐ

               ซึ่งไมเปนสวนราชการตามกฎหมาย (มหาวิทยาลัยในกํากับ (ออกนอกระบบ)) เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550
               มหาวิทยาลัยมหิดล ไดมีนโยบายปรับโครงสรางองคกรของ 2 หนวยงาน โดยยุบรวมกันและจัดตั้งเปนโครงการ
               จัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ ในสังกัดสํานักงานอธิการบดี โดยมีวัตถุประสงคใหเกิดการพัฒนา
               และบูรณาการทางวิชาการ การผสานความรวมมือในการสรางผลงานทางวิชาการ โดยมุงใหโครงการจัดตั้ง

               สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ “...มีบทบาทนําดานวิชาการและปญญาปฏิบัติในดานสิทธิมนุษยชนและ
               การสรางสันติภาพ มีพันธกิจ ในการสรางศาสตรและศิลปการเรียนรูเชิงวิพากษดานสิทธิมนุษยชนและการ
               สรางสันติภาพ และสรางคนที่จะนําศาสตรและศิลปนั้นไปใช โดยมีวัตถุประสงคในการสงเสริมสิทธิมนุษยชน
               และสรางสันติวัฒนธรรม พัฒนาและจัดหลักสูตรการเรียนการสอนดานสิทธิมนุษยชนและสันติภาพใน

               มหาวิทยาลัย ศึกษาวิจัยเรื่องสิทธิมนุษยชน สันติภาพและการแปลงเปลี่ยนความขัดแยงโดยสันติวิธี ดําเนิน
               กิจกรรมทางวิชาการ และใหบริการทางวิชาการดานสิทธิมนุษยชน สันติภาพและการแปลงเปลี่ยนความขัดแยง
               โดยสันติวิธี และสงเสริมใหเกิดความรวมมือกับหนวยงานในภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและตางประเทศใน

               ดานสิทธิมนุษยชน สันติภาพและการแปลงเปลี่ยนความขัดแยงโดยสันติวิธี” (รายงานการประชุมสภา
               มหาวิทยาลัยมหิดล ครั้งที่ 448 (3/2554), 2554) และไดรับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุม
               สภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 448 (3/2554) 18 พฤษภาคม 2554 โดยเปลี่ยนชื่อเปน “โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิ
               มนุษยชนและสันติศึกษา” เพื่อใหมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น ในชวงแรก โครงการจัดตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนและ
               สันติศึกษา เปดสอนหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา 5 หลักสูตร โดยมีบุคลากร 31 อัตรา แบงเปนประเภท

               วิชาการ 13 อัตราและบุคลากรสนับสนุน 18 อัตรา

                       อยางไรก็ดี เปนที่นาสนใจวา จนถึงปจจุบัน สถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษาที่ปรากฏ
               ในรายงานประจําป 2562 และรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัย ณ สิ้นป 2563 ยังคงเปนโครงการจัดตั้ง
               สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ในสังกัดของสํานักงานอธิการบดี การขออนุมัติหรือเปลี่ยนแปลง
               งบประมาณ ยังตองดําเนินการภายใตสํานักงานอธิการบดี ยังไมสามารถดําเนินการไดอยางเปนอิสระ ดังนั้น

               ในแงของการจัดตั้งสถาบัน ถือไดวาสถาบันกําเนิดโดยอาศัยขอบังคับมหาวิทยาลัยที่อยูภายใตพระราชบัญญัติ
               มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2550 ซึ่งใหอํานาจของมหาวิทยาลัยในการแบงสวนงานภายใน การจัดตั้ง ยุบรวม
               หรือยุบเลิกสวนงาน (มาตรา 11) โดยจัดทําเปนประกาศของมหาวิทยาลัย

                       เนื่องจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา เปนหนวยงานภายใตมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเปน

               มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ จึงมีที่มาของงบประมาณจาก 2 สวน โดยสวนแรกเปนงบประมาณแผนดิน และ
               สวนที่สองเปนเงินรายไดของมหาวิทยาลัย อยางไรก็ดี เนื่องจากสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ยังอยู
               ภายใตสํานักงานอธิการบดี ยังไมมีการจัดการงบประมาณของตนเอง จึงตองพิจารณาจากภาพรวมงบประมาณ
               ของมหาวิทยาลัย โดยเมื่อพิจารณาจากขอมูลในปงบประมาณ พ.ศ. 2652 พบวา มหาวิทยาลัยมหิดลใน

               ภาพรวม มีงบประมาณ 2 สวน โดยไดรับงบประมาณแผนดิน รอยละ 22.37 และมีเงินรายไดของมหาวิทยาลัย
               รอยละ 77.63 (มหาวิทยาลัยมหิดล, 2562) จะเห็นไดวา งบประมาณที่เปนรายไดของมหาวิทยาลัยสูงกวา
               งบประมาณแผนดินมากกวา 3 เทา ดังนั้น จุดเดนสําคัญของหนวยงานที่อยูในมหาวิทยาลัยในกํากับ คือ
               ความสามารถในการหางบประมาณหรือรายไดมาเลี้ยงตนเอง อยางไรก็ดี จุดเดนนี้ยังเปนทาทายความอยูรอด
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36