Page 28 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 28

21



               3.2.2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย (องคการมหาชน)
                       สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย (องคการมหาชน)  (สธท.) หรือ Thailand Institute of

               Justice (TIJ) กอตั้งเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2554 โดยอาศัยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันเพื่อการ
               ยุติธรรมแหงประเทศไทย พ.ศ. 2554 ซึ่งเปนการอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญแหง
               ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติองคการมหาชน พ.ศ. 2542 โดยมี
               วัตถุประสงคเพื่อสงเสริมความเปนเลิศดานการวิจัยและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม สงเสริมการมีสวนรวม

               ของประเทศไทยในกรอบความรวมมือกับสหประชาชาติวาดวยการปองกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทาง
               อาญา เชื่อมโยงแนวคิดตามหลักสากลสูการปฏิบัติในระดับประเทศ และในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ TIJ  ยัง
               มีภารกิจสําคัญในการสงเสริมใหเกิดการอนุวัติ “ขอกําหนดกรุงเทพ” หรือขอกําหนดสหประชาชาติวาดวยการ
               ปฏิบัติตอผูตองขังหญิงและมาตรการที่ไมใชการคุมขังสําหรับผูกระทําความผิดหญิง (UN Bangkok Rules)

               รวมถึงสงเสริมมาตรฐานสหประชาชาติอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ โดยเฉพาะดานเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม
               อีกทั้งยังทําหนาที่ขับเคลื่อนประเด็นสําคัญตางๆ ในเวทีระหวางประเทศ เชน หลักนิติธรรม การพัฒนา
               สิทธิมนุษยชน สันติภาพ และความมั่นคง

                       ในฐานะองคการมหาชน สธท. มีทุนและทรัพยสินที่มาจากการโอนทรัพยสินและงบประมาณในสวน

               ที่เกี่ยวกับโครงการจัดทําขอเสนอในนามประเทศไทยเพื่อผลักดันเปนขอกําหนดของสหประชาชาติวาดวยการ
               ปฏิบัติตอผูตองขังหญิงในเรือนจํา หรือ “โครงการ ELFI” จากสํานักงานกิจการยุติธรรม ทุนประเดิมจาก
               รัฐบาล เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให เงินอุดหนุนจากภาคเอกชนหรือองคกรอื่นๆ รวมไปถึงรายได
               จากการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ ในสถาบัน โดยที่ไมจําเปนตองสงรายไดใหเปนรายไดแผนดิน จากรายงาน
               ประจําป 2562 พบวา จากทุนประเดิม 98 ลานบาทเศษในปเริ่มตน ปจจุบัน สธท. มีทุนสะสมราว 437 ลาน

               บาทเศษ สําหรับปงบประมาณ 2562 มีรายไดเปนเงินงบประมาณแผนดิน 320 ลานบาทเศษและมีรายไดอื่น ๆ
               ราว 3 ลานบาทเศษ (สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย (องคการมหาชน), 2563)

                       สําหรับการบริหารและดําเนินกิจการของสถาบัน อยูภายใต “คณะกรรมการบริหารสถาบันเพื่อการ
               ยุติธรรมแหงประเทศไทย” ซึ่งมีอํานาจหนาที่ในการควบคุมดูแลสถาบันใหดําเนินกิจการใหเปนไปตาม
               วัตถุประสงค รวมไปถึงการสรรหา แตงตั้งและถอดถอนผูอํานวยการดวย ประธานกรรมการและกรรมการ

               มาจากการแตงตั้งของคณะรัฐมนตรี ในจํานวนกรรมการ 9 คน แบงเปนกรรมการโดยตําแหนง 4 คน ไดแก
               ปลัดกระทรวงการตางประเทศ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรมและอัยการสูงสุด และ
               กรรมการผูทรงคุณวุฒิ จํานวนไมเกิน 5 คน มีผูอํานวยการเปนกรรมการและเลขานุการโดยตําแหนง โดย

               ประธานและผูทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหนง 4 ปและไมสามารถดํารงตําแหนงไดเกิน 2 วาระติดตอกัน
               นอกจากคณะกรรมการบริหารแลว ยังมีการแตงตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการเพื่อกํากับการดําเนินงานใน
               ดานตาง ๆ ในโครงสรางปจจุบัน มีคณะกรรมการและอนุกรรมการ 5 ชุด ไดแก คณะกรรมการตรวจสอบ
               คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริหารและกฎหมาย คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบงานวิจัยและวิชาการ

               คณะอนุกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของผูอํานวยการ (ดูโครงสรางการบริหารงานในปจจุบันของ สธท.
               ในภาพ 3.1)

                       อยางไรก็ดี เมื่อพิจารณารายชื่อคณะอนุกรรมการชุดลาสุดที่เผยแพรในรายงานประจําปแลวพบวา
               คณะกรรมการและอนุกรรมการจํานวนหนึ่ง มาจากหนวยงานราชการ เชน สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา
               เศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ สํานักงาน กพร. สํานักงานกิจการยุติธรรม สํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เปน

               ตน (สถาบันเพื่อการยุติธรรมแหงประเทศไทย (องคการมหาชน), 2563)
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33