Page 118 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 118

101



               เพราะไมอยากใหเปนภาระตองบประมาณแผนดิน และสถาบันที่จัดตั้งขึ้นใหมนี้ จะมีทํางานดานการวิจัยที่
               คลองตัวมากยิ่งขึ้น เพราะปจจุบัน การทํางานดานการวิจัยของ กสม. มีขอจํากัดดวยกรอบของกฎหมาย

                       ผูบริหารสํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ไดสะทอนภาพรวมของการศึกษาวิจัยนี้ตอ
               ขอซักถามและขอสงสัยตาง ๆ วา โดยหลักการแลว กสม. ควรมีสถาบันที่เปน “think tank” เปนของตนเอง
               สวนรูปแบบและลักษณะของสถาบันที่จะถูกจัดตั้งใหมเปนเรื่องที่ตองทําการศึกษาตอไป (ซึ่งตอนนี้ก็อยูในขั้น
               การศึกษาเพื่อระดมความคิดเห็นในการจัดตั้งเทานั้น) เพื่อตอบโจทยหลักวา จะมีประโยชนและความคุมคาใน

               การจัดตั้งหรือไม โดยตนคิดวา สถาบันใหมควรมีอิสระจากระบบราชการ เพื่อใหมีความคลองตัวสูง แตยังตอง
               อยูภายใตการกํากับดูแลของ กสม. หรือหากไมไดอยูในลักษณะ “การกํากับดูแล” ก็อาจอยูในลักษณะ
               “mentor” หรือ “trusty” และหากจัดตั้งสถาบันใหมที่มีลักษณะอิสระแยกขาดจาก กสม. อาจสรางความ
               เขาใจผิดตอสังคมและสาธารณะวาเปนการจัดตั้งสถาบันดานสิทธิมนุษยชนใหมที่มาแขงกับ กสม. ที่มีอยูเดิม


                       ผูเขารวมประชุมตั้งคําถามวา การตั้งสถาบันใหมมีกฎหมายรองรับหรือไม และ กสม. มีอํานาจทาง
               กฎหมายในการจัดตั้งสถาบันหรือไม และเชื่อวา การจัดตั้งสถาบันใหมยังคงตองอยูภายใตคณะกรรมการสิทธิฯ
               เพราะมีกฎหมายรองรับอยูแลว และการอยูภายใตคณะกรรมการสิทธิ ฯ จะมีความคลองตัวกวาการอยูภายใต

               กสม.

                       แตผูเขารวมประชุมอีกทานมีความเห็นตางออกไป โดยอยากใหเปนสถาบันที่แยกขาดจาก กสม. แตจะ

               สรางภาพลักษณขององคกรในฐานะสินคา (branding)  อยางไร ใหสถาบันไดรับความนาเชื่อถือจากสังคม
               เพราะหากสถาบันใหมไมมีความนาเชื่อถือ การขอความรวมมือในการขับเคลื่อนความรูดานสิทธิมนุษยชนจาก
               ภาคประชาสังคมและชุมชนจะไมสามารถเกิดขึ้นได

                       นอกจากนี้ ผูเขารวมประชุมอีกทานไดแสดงความคิดเห็นวา วัตถุประสงคในการจัดตั้งสถาบันใหมเปน

               สิ่งที่ดี อีกทั้ง ยังเปนการเก็บรวบรวมความรูดานสิทธิมนุษยชนที่กระจัดกระจายใหมาอยูในฐานขอมูลเดียวกัน
               และยังเปนการสรางเครือขายความรวมมือใหทุกภาคสวนเขามามีสวนรวม


                       ผูเขาประชุมอีกทานเสริมวา อยากใหเปนสถาบันที่เนนดานสิทธิมนุษยชนศึกษา การดําเนินนโยบาย
               ดานสิทธิมนุษยชนศึกษากับกลุมเปาหมายตาง ๆ เชน นักเรียนนักศึกษา กลุมขาราชการในหนวยงานตาง ๆ
               เปนตน


                       2.2 สรุปประเด็น
                       จากการประชุมกลุมยอยสามารถสรุปประเด็นที่สําคัญไดดังนี้
                       2.2.1 ควรมีการจัดตั้งสถาบันใหม แตจะมีลักษณะ รูปแบบ หรือโครงสรางอยางไร เปนสิ่งที่จะตอง
               ทําการศึกษาถึงความเหมาะสมตอไป

                       2.2.2 การจัดตั้งสถาบันใหม รวมถึงการขับเคลื่อนภารกิจควรมีลักษณะของการ “เปดพื้นที่” หรือเปน
               “พื้นที่กลาง” ที่ทุกภาคสวนโดยเฉพาะภาคประชาสังคมและภาคประชาชนเขามามีสวนรวมอยางแทจริง

               3. ภาพการประชุม
   113   114   115   116   117   118   119   120   121   122   123