Page 117 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการศึกษาเพื่อเตรียมการจัดให้มีสถาบันพัฒนาระบบและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้การกำกับดูแลของ กสม.
P. 117
100
- ปญหาสําคัญในปจจุบันคือ “...ไมใชวาประชาชนไมรูสิทธิ...แตเขาไมไดรับ...” การที่ประชาชนไมไดรับ
สิทธิอยางแทจริง จึงนําไปสูปญหาในระดับที่ใหญกวากลาวคือ “จะทําใหสิทธิมนุษยชนเปนความจริงได
อยางไร” ดังนั้น จึงตองใหผูที่ประสบปญหาดานสิทธิมนุษยชนเปนผูดําเนินการวิจัย/ดําเนินการศึกษาดวย
ตนเอง โดยมีองคกรคอยชวยเหลือหรือสนับสนุนในการอํานวยความสะดวกดานการจัดการความรูใหเปนไป
อยางถูกตองตามหลักการวิจัย หรือกลาวอยางถึงที่สุดก็คือ “ใหเจาของปญหาเปนผูทําวิจัยเอง ภาควิชาการ
เปนเพียงผูสนับสนุน” จึงจะเปนการวิจัยแบบมีสวนรวมและเปนการปรับขบวนชาวบานใหมีความรูและทักษะ
ดานการวิจัยไปในตัวเองอยางคอยเปนคอยไปอีกดวย ซึ่งจะเปนภาพสะทอนของ“การวิจัยดานสิทธิมนุษยชน
ในลักษณะเปนเจาของรวมกัน” และเปนพื้นที่ที่ทุกภาคสวนสามารถเขารวมไดอยางแทจริงโดยไมเลือกปฏิบัติ
- การทํางานของ กสม. ในปจจุบันมันมีขอจํากัดและทําอะไรไมไดมากนัก และถาหากจัดตั้งสถาบันใหม
แตอยูภายใต กสม. มันก็จะมีขอจํากัดแบบเดิม ดังนั้น ควรจัดตั้งสถาบันใหมที่มีความอิสระแยกขาดจาก กสม.
เดิม เพื่อความอิสระและความคลองตัวในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะนําไปสูการอุดชองวางในประเด็นที่ กสม. ทํา
ไมได
- ในสวนของชื่อสถาบันใหมเอาไววายังไมไดสะทอนความรูสึกดานสิทธิมนุษยชนอยางแทจริง หรือกลาว
อยางถึงที่สุดก็คือ “...คํามันยังไมโดน...”
- ที่ปรึกษา กสม. ทานหนึ่ง ไดกลาววา เห็นดวยกับการจัดตั้งสถาบันใหม เพราะจะเปนการขับเคลื่อน
สังคมบนพื้นฐานการวิจัยไปสูกลุมเปาหมายตาง ๆ อีกทั้ง การมีสถาบันที่มุงเนนการพัฒนาระบบและพัฒนา
องคความรูดานสิทธิมนุษชยจะเปนการจัดการและพัฒนาการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนอยางยั่งยืน อยางไรก็ดี มี
ขอจํากัดบางประการ โดยเฉพาะอยางยิ่งการไมนําการวิจัยมาขับเคลื่อนใหเปนนโยบาย ดังนั้น ควรถอด
บทเรียนความลมเหลวหรือขอจํากัดที่มีอยูกอนเพื่อนําไปสูการปรับปรุงและพัฒนาในลักษณะของการจัดตั้ง
สถาบันใหม
“...ถา กสม. จะขับเคลื่อนองคความรูไปสูระดับหนึ่งจนทาทายความมั่นคงของรัฐไทย กสม.
จะตองใชความกลาหาญอยางมาก มิเชนนั้นจะตองสลายตัวไปเหมือนที่หลาย ๆ องคกรเคยเผชิญมาแลว
...”
- ผูบริหารระดับสูงของสํานักงาน กสม. ทานหนึ่ง ไดกลาวถึงความจําเปนในการจัดตั้งสถาบันใหมวา
การจัดตั้งสถาบันใหมจะเปนการสราง “จุดเชื่อมรอยดานสิทธิมนุษยชน” (Human Rights Hub) เพราะ
สถานะการวิจัยในปจจุบันมีลักษณะกระจัดกระจายและไมไดถูกจัดหมวดหมู อีกทั้ง การทํางานของสถาบันที่
จะถูกจัดตั้งใหมจะเปนการทํางานในลักษณะ “partnership” หรือภาคีเครือขายรวมกับหนวยงานอื่น ๆ และ
อยากใหเปนสถาบันที่สามารถแสวงหารายไดดวยตัวสถาบันเอง หรือ “สามารถเลี้ยงตัวเองได” โดยไมตอง
พึ่งพางบประมาณจากภาครัฐมากนัก ดวยการหารายไดจากการจัดตั้งหลักสูตรหรือการอบรมตาง ๆ และเปด
ใหผูที่สนใจเขารวม
- อยางไรก็ดี มีขอสังเกตจากผูเขารวมประชุมวา ถาประเด็นการจัดตั้งสถาบันใหมของ กสม. มี
ความสําคัญอยางมากจนมีอิทธิพลตอการสรางแนวคิดการจัดตั้งสถาบันที่แยกตัวออกมาจาก กสม. แตตอง
แสวงหารายไดดวยสถาบันเองโดยที่ กสม. ไมไดสนับสนุนดานงบประมาณ สุดทายแลว สถาบันที่จะถูกจัดตั้ง
ใหมจะมีความสําคัญหรือไม/ จะเปนการยอนแยงในหลักการหรือไม
- ผูบริหารจากสํานักงาน กสม. ชี้แจงวา สถาบันใหมคงไมแยกขาดจาก กสม. โดยสิ้นเชิง โดยอยูภายใต
การกํากับของ กสม. หรืออยูในลักษณะ “...อยูใตปก กสม. ...” สวนการแสวงหารายไดของสถาบันเองนั้น

