Page 80 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 80

2.  รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรม ควรเร่งสรุปผลการศึกษาเกี่ยวกับแนวทางต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาเรือนจำา
            แออัด รวมถึงกรณีปรับปรุงการใช้วิธีการบำาเพ็ญสาธารณประโยชน์แทนการกักขังแทนค่าปรับ และการใช้มาตรการ

            ทางเลือกอื่นแทนการลงโทษจำาคุกเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติต่อไป



            3.2    การกระทำาทรมาน การบังคับให้สูญหาย และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน



                    ภาพรวม
                    อนุสัญญา CAT เป็นอนุสัญญาที่มุ่งคุ้มครองบุคคลจากการถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติโดยมิชอบ

            โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2550 และมีผลใช้บังคับ
            กับประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 ข้อ 1 ของอนุสัญญาฯ ได้กำาหนดนิยามของคำาว่า “การทรมาน”
            ที่ใช้ในอนุสัญญานี้และข้อ 2 ได้วางหลักการว่า ไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ภาวะสงคราม หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะใด
            ที่สามารถยกขึ้นเป็นข้ออ้างสำาหรับการทรมานได้ และได้กำาหนดหน้าที่ของรัฐภาคีในการดำาเนินมาตรการที่จำาเป็น

            เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทรมาน ซึ่งรวมถึงการกำาหนดให้การกระทำาทรมานตามความหมายที่ใช้ในอนุสัญญาฯ
            เป็นความผิดและมีบทกำาหนดโทษที่เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระทำาดังกล่าว การทบทวนกฎเกณฑ์คำาสั่ง
            วิธีการหรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไต่สวน จับกุม คุมขังและจำาคุกบุคคลเพื่อป้องกันการทรมาน การดำาเนินการสืบสวน
            โดยพลันและปราศจากความลำาเอียงเมื่อมีมูลเหตุอันสมเหตุสมผลที่เชื่อได้ว่ามีการกระทำาทรมานเกิดขึ้น และการประกัน

            ว่าผู้ถูกกระทำาทรมานจะได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เป็นธรรม ส่วนอนุสัญญา CPED มุ่งคุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับ
            ให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยได้กำาหนดหลักการห้ามการบังคับบุคคลให้สูญหายและกำาหนดหน้าที่รัฐในการป้องกัน
            และปราบปรามการบังคับบุคคลให้สูญหายในทำานองเดียวกันกับอนุสัญญา CAT นอกจากนี้ ยังได้กำาหนดแนวปฏิบัติ
            เกี่ยวกับการควบคุมตัวบุคคลและกำาหนดสิทธิของญาติของเหยื่อที่ถูกบังคับให้สูญหายในการได้รู้ความจริงเกี่ยวกับ

            รายละเอียดและชะตากรรมของบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหาย ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญานี้ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555
            และอยู่ระหว่างการดำาเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ ในส่วนของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
            มาตรา 28 ได้รับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และบัญญัติห้ามการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษ
            ด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม ประกอบมาตรา 25 วรรคสี่ รับรองว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ

            ย่อมมีสิทธิได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ

                     คณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CAT มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อรายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ
            ของประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการเสนอว่า รัฐภาคีควรกำาหนดให้การทรมานตาม
            คำานิยามในอนุสัญญาฯ เป็นความผิดเฉพาะไว้ในกฎหมาย รวมทั้งระบุว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ภาวะสงคราม หรือสภาวะ
            ฉุกเฉินสาธารณะใดที่ยกขึ้นเป็นข้ออ้างสำาหรับการทรมาน ให้มีการสืบสวนการทรมานและการปฏิบัติโดยมิชอบต่อบุคคล

            ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหารและตำารวจทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศและ
            มีการลงโทษผู้กระทำาผิดตามความร้ายแรงของการกระทำา ให้มีมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
            และประกันว่ามาตรการดังกล่าวได้รับการปฏิบัติจริง ให้มีการสืบสวนเมื่อมีเหตุควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย
            ให้มีการชี้แจงข้อมูลกรณีบุคคลถูกบังคับให้สูญหายที่อยู่ในการติดตามตรวจสอบของคณะทำางานเรื่องการบังคับบุคคล

            ให้สูญหายของสหประชาชาติ รวมทั้งให้เร่งรัดการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CPED

                     นอกจากนี้ คณะกรรมการประจำากติกา ICCPR ได้มีข้อเสนอแนะต่อรายงานการปฏิบัติตามกติกา ICCPR
            ของประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2560 ว่า รัฐภาคีควรสืบสวนโดยพลันและเป็นกลางกรณีมีรายงานหรือ
            มีการร้องเรียนว่ามีการกระทำาทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหาย ให้การเยียวยาแก่ผู้เสียหายและประกันว่าจะไม่มี




        78    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   75   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85