Page 77 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 77
ความเป็นอยู่ และการดำารงชีวิตของผู้เสียหายอันเนื่องจากการดำาเนินกระบวนการพิจารณาทางศาล การคำานึงถึง
ความคิดเห็นหรือความกังวลใจของผู้เสียหายที่ศาลเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดี การมีคำาสั่งให้ตำารวจศาลดำาเนินการ
ตามความเหมาะสมกรณีผู้เสียหายร้องขอความคุ้มครองความปลอดภัยตามระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
ว่าด้วยการคุ้มครองและค่าตอบแทนพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2548 การอธิบายถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้เสียหาย ขั้นตอน
รวมถึงความคืบหน้าของกาพิจารณาคดีให้ผู้เสียหายทราบ การระมัดระวังไม่ให้มีการเผชิญหน้าระหว่างผู้ต้องหาหรือจำาเลย
กับผู้เสียหายและพยานในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ คดีเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว คดีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กหรือเยาวชน
และคดีที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนหรือสังคม การคำานึงถึงความปลอดภัยและสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้เสียหาย
ในการพิจารณาคำาร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำาเลย รวมทั้งอาจกำาหนดมาตรการดูแลความประพฤติของผู้ถูกปล่อย
ชั่วคราวตามความเหมาะสม การให้ความรู้และคำาแนะนำาแก่ผู้เสียหาย รวมถึงสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาความเสียหาย
การให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสมควร และการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและประนอม
ข้อพิพาท เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เป็นธรรม รวดเร็ว และเป็นที่พอใจแก่ทุกฝ่าย
ในเวลาต่อมา ศาลยุติธรรมเห็นว่าการออกคำาแนะนำาดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้เกิดการยกระดับการ
คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาและจำาเลยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความเสมอภาคในการเข้าถึงความยุติธรรม การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
และไม่กระทบต่อความปลอดภัยของสังคมส่วนรวม และทำาให้เห็นได้ว่าเกณฑ์มาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อย
ชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำาเลยเดิมไม่สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทของสังคมและสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น เมื่อวันที่
4 ธันวาคม 2563 ประธานศาลฎีกาจึงได้ออกคำาแนะนำาเกี่ยวกับมาตรฐานกลางสำาหรับการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา
หรือจำาเลยฉบับใหม่ ส่งผลให้การกำาหนดวงเงินประกันและการเรียกหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวลดความสำาคัญลง
และเป็นการขยายโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือจำาเลยเข้าถึงสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้น
3.1.2 ปัญหาเรือนจำาแออัด
กรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูลเรือนจำาทั่วประเทศ 143 แห่ง มีพื้นที่นอนสำาหรับผู้ต้องขังทั้งหมด บทที่ 3
353,142.48 ตารางเมตร สามารถจุผู้ต้องขังได้ทั้งหมด 294,974 ราย ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2563 มีผู้ต้องขัง
84
ในระบบทั้งหมด 357,760 ราย ซึ่งเกินกว่าความสามารถในการรองรับผู้ต้องขัง โดยในจำานวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ
มีประเภทคดีที่มีจำานวนผู้ต้องขังสูงสุดในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีจำานวน 266,095 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.32
ของผู้ต้องขังทั้งหมด 85
กรมราชทัณฑ์ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการลดปริมาณนักโทษในราชทัณฑ์ทั่วประเทศเพื่อแก้ปัญหา
นักโทษล้นคุกในประเทศไทยทั้งการแก้ไขกฎหมายที่มีโทษทางอาญาให้มีการลงโทษทางเลือกแทนการคุมขัง การลดทอน
ความเป็นอาชญากรรมของคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเปลี่ยนทัศนคติว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข
ที่ต้องบำาบัดฟื้นฟู ไม่ใช่ด้านอาชญากรรมที่ต้องมีการลงโทษด้วยการจำาขัง การเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ
86
เพื่อที่จะทำาการลดโทษให้กับผู้ต้องขังบางรายอย่างแม่นยำาขึ้น สำาหรับผู้ที่สมควรได้รับการลดโทษ รวมถึงการกำาหนด
84
จาก หนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ 0710.3/33167 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ส่งข้อมูลเพื่อประกอบการจัดท�า
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประจ�าปี 2563.
85
จาก รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์คดี พ.ร.บ. ยาเสพติดทั่วประเทศ ส�ารวจ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2563, โดย กรมราชทัณฑ์,
9 ธันวาคม 2563. สืบค้นจาก http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2020-12-01&report=drug
86
จาก กระทู้ถามที่ 0003 (ร.), ราชกิจจานุเบกษา, 137 (ตอนพิเศษ 114 ง), หน้า 47-49.
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 75

