Page 79 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 79
การประเมินสถานการณ์
พัฒนาการหรือความก้าวหน้า ในปี 2563 ศาลยุติธรรมได้ออกข้อแนะนำาของประธานศาลฎีกา จำานวน 8 ฉบับ
(แบ่งเป็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำานวน 5 ฉบับ และที่เกี่ยวกับคดีอาญา
ทั่วไป 3 ฉบับ) เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชน ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และผู้ต้องขัง สามารถเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย
และจำาเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา
พ.ศ. 2544 จากกองทุนยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยในส่วนของพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายฯ นั้น แม้ว่าจำานวน
ผู้ได้รับความช่วยเหลือในปีงบประมาณ 2563 จะน้อยกว่าในปีงบประมาณ 2562 เล็กน้อย แต่ในปีงบประมาณ 2563
มีการอนุมัติเงินเยียวยาแก่ผู้บาดเจ็บ และญาติของผู้เสียชีวิตจากกรณีการกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา
ซึ่งเป็นเหตุการณ์พิเศษ ส่วนการให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนยุติธรรมมีจำานวนเงินสูงมากกว่าปีงบประมาณ 2562
กว่า 2 เท่าจาก 202.4 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 เป็น 491.5 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจาก
กองทุนฯ มีรายรับเพิ่มขึ้นจึงให้ความช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น นอกจากนี้ ศาลฎีกายังปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ในเรื่องการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำาเลยระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งปรับบัญชีเกณฑ์มาตรฐานกลางสำาหรับ
การปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำาเลยให้เหมาะสมกับบริบทสังคมปัจจุบันมากยิ่งขึ้น โดยส่งผลให้การกำาหนดวงเงิน
ประกันและการเรียกหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวลดความสำาคัญลงและเป็นการขยายโอกาสให้ผู้ต้องหาหรือ
จำาเลยเข้าถึงสิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวมากขึ้น นับเป็นความก้าวหน้าที่สำาคัญและเป็นการดำาเนินการ
ที่สอดคล้องกับพันธกรณีของไทยตามข้อ 9 ของกติกา ICCPR มากยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ได้มีการดำาเนินการศึกษาทางเลือกและวิธีการต่าง ๆ ที่จะลดจำานวน
ผู้ต้องขังเพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจำา ซึ่งกระทบต่อสุขอนามัยและการดูแลผู้ต้องขังให้ได้รับการปฏิบัติ
อย่างเหมาะสม ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจำากติกา ICCPR ทั้งการใช้ทางเลือกอื่นแทนการคุมขัง บทที่ 3
การปรับแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยปรับเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหายาเสพติด ว่าเป็นปัญหาด้าน
สาธารณสุขมากกว่าอาชญากรรมเพื่อเน้นการบำาบัดฟื้นฟูผู้เสพมากกว่าการคุมขังและช่วยลดจำานวนผู้ต้องขังในเรือนจำา
ที่ส่วนใหญ่เป็นนักโทษยาเสพติดได้มากขึ้น การอภัยโทษและการพักโทษผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์
และกรมคุมประพฤติมีความร่วมมือระหว่างกันในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวผู้ต้องขัง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณ
ผู้ต้องขังและส่งเสริมให้ผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูแก้ไขให้กลับคืนสู่สังคม และได้รับโอกาส
ในการกลับไปอยู่กับครอบครัวและทำาประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป
ปัญหาหรืออุปสรรค แม้รัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดของผู้ต้องขังในเรือนจำา
แต่สภาพปัจจุบันความสามารถการดูแลผู้ต้องขังในเรื่องพื้นที่ในการรองรับผู้ต้องขังทั่วประเทศยังมีจำากัด ที่ยังจำาเป็นต้อง
ดำาเนินการควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ ให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป
ข้อเสนอแนะ แม้ว่าในปี 2563 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการดำาเนินงานที่เป็นความก้าวหน้า
ที่สำาคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและความเป็นธรรมมากขึ้นดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น
แต่ กสม. เห็นว่ายังคงมีประเด็นท้าทายที่รัฐต้องดำาเนินการต่อเนื่อง ดังนี้
1. รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรมควรศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยที่เป็นปัญหาอุปสรรคของประชาชน
ในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมจากคำาร้องขอความช่วยเหลือที่ได้รับ ทั้งตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทน
ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และผ่านกองทุนยุติธรรม เพื่อนำามากำาหนด
มาตรการในการแก้ไขปัญหาและลดอุปสรรคการเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชนอย่างเป็นระบบ
โดยให้ความสำาคัญกับการเข้าถึงสิทธิดังกล่าวของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 77

