Page 73 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 73
การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมือง
และสิทธิทางการเมือง
สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในประเทศไทยเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองตามกติกา ICCPR และ
อนุสัญญา CAT ที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องเคารพและคุ้มครอง
ให้ประชาชนได้รับสิทธิดังกล่าว ซึ่งในหลักการเป็นสิทธิที่ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560 หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว นอกจากนี้ ในการประเมินสถานการณ์สิทธิพลเมือง ยังได้คำานึงถึง
สิทธิที่ได้รับการรับรองในอนุสัญญา CPED ซึ่งแม้ว่าประเทศไทยยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี แต่ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้า
เป็นภาคีแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายภายในเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวได้ โดยสิทธิ
ตามกติกาและอนุสัญญาดังกล่าวบางประการมีความสำาคัญในลักษณะที่ไม่อาจเพิกถอนหรือลิดรอนได้ ไม่ว่า
ในสถานการณ์ใด ๆ (non-derogable rights) เช่น สิทธิที่จะไม่ถูกทำาให้เสียชีวิตโดยอำาเภอใจ และสิทธิที่จะไม่ถูก การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ทรมาน เป็นต้น ในขณะที่สิทธิบางประการ รัฐอาจจำากัดได้ตามเงื่อนไขที่กำาหนดในกติกาและอนุสัญญาแต่ละฉบับ
ในปี 2563 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามและทำาการประเมินสถานการณ์ที่สำาคัญ ได้แก่
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการเข้าถึงความยุติธรรม สิทธิของบุคคลที่ถูกจับกุมหรือ
ควบคุมตัว รวมถึงผู้ถูกคุมขังในเรือนจำาหรือทัณฑสถาน สถานการณ์การกระทำาทรมานและการบังคับให้สูญหาย
ที่เกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การทบทวนบทลงโทษประหารชีวิตสำาหรับอาชญากรรมร้ายแรงที่สุด การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพ
ของสื่อมวลชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
บทที่ 3
3.1 สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
ภาพรวม
กติกา ICCPR ได้รับรองสิทธิในกระบวนการยุติธรรมไว้หลายข้อ เช่น ข้อ 9 รับรองสิทธิของบุคคลที่จะไม่ถูก
จับกุมหรือควบคุมตัวโดยอำาเภอใจ สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีในเวลาอันสมควร และมิให้ถือเป็นหลักทั่วไปว่า
จะต้องควบคุมบุคคลที่รอพิจารณาคดี สิทธิในการได้รับการเยียวยากรณีถูกจับกุมหรือควบคุมตัวโดยไม่ชอบ ส่วนข้อ 10
ของกติกาฯ รับรองว่าบุคคลที่ถูกลิดรอนเสรีภาพจะได้รับการปฏิบัติด้วยความมีมนุษยธรรมและเคารพในศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์ ระบบราชทัณฑ์ควรปฏิบัติต่อนักโทษโดยมุ่งหมายให้นักโทษกลับตัวและฟื้นฟูทางสังคม และข้อ 14
กำาหนดว่าบุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันในการพิจารณาของศาลและคณะตุลาการ
สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยมาตรา 25
วรรคสี่ บัญญัติว่าบุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพหรือการกระทำาความผิดอาญา
ของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ มาตรา 29 วรรคสาม
ระบุว่าการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำาเลยให้กระทำาเท่าที่จำาเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี และมาตรา 68
กำาหนดให้รัฐจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ให้ประชาชน
เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร และให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย
ที่จำาเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการจัดหาทนายความให้
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 71

