Page 67 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 67
การประเมินสถานการณ์
การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกติกา ICCPR ที่ประเทศไทยเป็นภาคี การใช้เสรีภาพในการชุมนุม
โดยสงบมีความเกี่ยวโยงกับสิทธิและเสรีภาพอื่น รวมถึงเสรีภาพในการแสดงออกด้วย การใช้เสรีภาพทั้งสองประการนี้
อาจถูกจำากัดได้ในสภาวการณ์ปกติเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยต้องบัญญัติข้อจำากัดนั้นไว้ในกฎหมาย
รัฐภาคีมีพันธกรณีต้องเคารพและประกันการใช้เสรีภาพดังกล่าวของประชาชน อย่างไรก็ดี ในภาวะฉุกเฉินสาธารณะ
ที่เป็นภัยคุกคามของชาติ รัฐภาคีกติกาฯ อาจใช้มาตรการจำากัดสิทธิและเสรีภาพบางประการได้เพิ่มเติม แต่มาตรการ
ดังกล่าว ต้องทำาเท่าที่จำาเป็นตามความฉุกเฉินของสถานการณ์ ทั้งนี้ คณะกรรมการประจำากติกา ICCPR
มีความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า การใช้มาตรการดังกล่าวมีลักษณะเป็นมาตรการพิเศษที่กำาหนดขึ้นเพื่อใช้บังคับ
เป็นการชั่วคราว โดยรัฐต้องแสดงเหตุผลความจำาเป็นและความชอบธรรมในการใช้มาตรการดังกล่าวซึ่งต้องได้สัดส่วน
กับความรุนแรงของสถานการณ์ทั้งในแง่ของระยะเวลา พื้นที่ และลักษณะของการจำากัดสิทธิที่ใช้บังคับ 70
ในปี 2563 ประชาชนสามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบได้ดังเห็นได้จากการที่มีการชุมนุมทางการเมือง
ต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2563 ที่ไม่มีการชุมนุมเนื่องจากเป็นช่วงที่มี
การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ในประเทศเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงได้อาศัยอำานาจ
ตามพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ
ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และได้ออกข้อกำาหนดหลายฉบับที่ระบุมาตรการที่มีลักษณะเป็นการจำากัด
การเดินทางเคลื่อนย้ายและการรวมกลุ่มของประชาชนจำานวนมากเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รวมถึง การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
การห้ามชุมนุมหรือการทำากิจกรรม ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดเพื่อป้องกันสุขภาพอนามัยของประชาชน ในช่วงเวลา
ดังกล่าวการจัดการชุมนุมจึงไม่อาจจัดขึ้นได้ แต่หลังจากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้
จนมีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศลดลงและไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา รัฐบาล
ได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคเป็นระยะ ๆ รวมถึงได้ยกเลิกข้อห้ามการชุมนุมซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563
ตามข้อกำาหนดฉบับที่ 13 แต่ผู้ที่รับผิดชอบจัดกิจกรรมยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำาหนด
เมื่อพิจารณาว่าโรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่อที่ระบาดไปในวงกว้างซึ่งองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้
เป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลก (pandemic) ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 กอปรกับประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง
ขึ้นมากในเดือนมีนาคม-เมษายน 2563 การที่รัฐบาลนำากฎหมายพิเศษมาบังคับใช้ที่มีผลเป็นการจำากัดเสรีภาพ บทที่ 2
ในการชุมนุมโดยสงบนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านสุขอนามัยของประชาชน และด้านการสาธารณสุข
เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของโรคระบาดที่มีความจำาเป็นและได้สัดส่วนต่อเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ
ตามหลักแห่งการจำากัดสิทธิ ทั้งนี้ มาตรการที่รัฐบาลนำามาใช้ส่งผลให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดีเป็นที่
ประจักษ์ดังเห็นได้จากจำานวนผู้ติดเชื้อในประเทศลดลงจนเหลือศูนย์ต่อเนื่องกว่า 100 วัน และเมื่อสถานการณ์การแพร่
ระบาดของโรคโควิด 19 ภายในประเทศดีขึ้น รัฐบาลจึงได้ประกาศมาตรการผ่อนคลายการจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม ทำาให้
ประชาชนสามารถกลับมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบได้ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามกฎหมายว่าด้วย
การชุมนุมสาธารณะ และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด เห็นได้ว่ารัฐบาลได้ใช้ข้อห้ามการชุมนุม
70
International Covenant on Civil and Political Rights, General comment no. 29 on states of
emergency (Article 4), paragraphs 2-4.
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 65

