Page 65 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 65
นอกจากนี้ จากการติดตามสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์
บางช่วงของการชุมนุมมีข้อน่ากังวลต่อการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงได้ออกแถลงการณ์และข่าวประชาสัมพันธ์
เพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน จำานวน 9 ฉบับ ดังนี้
1) ข่าวประชาสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อการชุมนุม โดยขอให้ชุมนุม
โดยสงบและปราศจากอาวุธ พึงระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ให้ผู้ชุมนุมทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพสิทธิ
ของผู้อื่น เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายให้สอดคล้องกับ
มาตรฐานสากล และในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ผู้มาชุมนุมปฏิบัติตาม
มาตรการต่าง ๆ ที่ราชการกำาหนด
2) แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เรียกร้องขอให้ทุกฝ่ายในการชุมนุมยึดหลัก
สิทธิมนุษยชนและใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหา เสนอให้การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุม
ต้องไม่เป็นการพูด แสดงท่าทาง หรือกระทำาโดยวิธีการอื่นที่ก้าวร้าว ดูหมิ่นเหยียดหยามหรือจาบจ้วง หรือการใช้คำาพูด
ที่สร้างความเกลียดชัง (hate speech) อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น การขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้
หลักการสำาคัญสำาหรับการบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสม 10 ประการ (10 Principles for the proper
management of assemblies) จัดให้มีพื้นที่ปลอดภัย (safety zone) สถานศึกษาควรจัดสถานที่ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย
สำาหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ในการแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ อย่างสร้างสรรค์ ฯลฯ
3) แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2563 แสดงข้อห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม
ในวันที่ 19 กันยายน 2563 ที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์การละเมิดกฎหมายที่มีความรุนแรง และส่งผล
กระทบด้านสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชนและแนวทางปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้องกับ
การใช้เสรีภาพในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการจัดการการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบและสันติวิธี การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
4) ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เพื่อแสดงความเห็นต่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินเท่าที่จำาเป็น
ประกันสิทธิให้แกนนำาผู้ถูกควบคุมตัว เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น หากสถานการณ์
คลี่คลายแล้วควรยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวทันที และสำาหรับแกนนำาผู้ชุมนุมที่ถูกเจ้าหน้าที่
ควบคุมตัว ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลให้เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่และโดยไม่ชักช้า พร้อมแจ้ง
สถานที่ควบคุมตัวให้แก่ญาติพี่น้องได้รับทราบ
5) แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2563 มีความกังวลและห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุม บทที่ 2
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 แม้ว่าเป็นการชุมนุมที่ต้องห้ามตามข้อกำาหนดของประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อย่างไรก็ตาม
กสม. เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวยังไม่ปรากฏลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนเป็นเหตุถึงขั้นที่รัฐบาลต้อง
ตัดสินใจใช้มาตรการในการสลายการชุมนุม จึงเห็นว่าเป็นการกระทำาที่เกินสมควรแก่เหตุ และมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาล
และเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ควรใช้มาตรการที่รุนแรงในการสลายการชุมนุมโดยสงบซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทยและกติกา ICCPR และไม่ใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมชุมนุม
ที่จะมีผลกระทบต่อเด็ก ตามที่ได้รับการรับรองไว้ตามอนุสัญญา CRC อีกทั้งควรเยียวยาความเสียหายที่เกิดจากปฏิบัติการ
การสลายการชุมนุม ทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายควรเคารพสิทธิมนุษยชน
ของบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำาหรือการสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ที่สร้างความขัดแย้ง ความเกลียดชัง ปลุกเร้า
ให้เกิดความรุนแรง และดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 63

