Page 66 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 66

6)  แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 สนับสนุนการเดินหน้าเจรจาในการแก้ไขปัญหา
            ความขัดแย้งอย่างสันติวิธีเพื่อแสดงความยินดีที่รัฐบาลได้ดำาเนินการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อันเป็นข้อจำากัด

            ในการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนมากกว่าในสถานการณ์ปกติ อีกทั้งได้ใช้กระบวนการรัฐสภาในการแก้ไข
            ปัญหาความขัดแย้งของประเทศ

                      7)  ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อการบังคับใช้กฎหมาย
            ของเจ้าหน้าที่ตำารวจในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลในการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่านมาในกรณีต่าง ๆ เช่น การจับกุม
            บุคคลในยามวิกาล การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าหน้าที่แต่งกายนอกเครื่องแบบ การใช้ยานพาหนะที่มิใช่

            ยานพาหนะของราชการในการจับกุม รวมถึงการจับกุมและการอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อการดำาเนินคดีแบบต่อเนื่อง เป็นต้น

                      8)  แถลงการณ์ กสม. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 แสดงความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม
            ที่อาจมีแนวโน้มนำาไปสู่ความรุนแรงและเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงระหว่างกลุ่มที่มีความเห็นต่าง
            ที่ได้ชุมนุมบริเวณหน้ารัฐสภา และเจ้าหน้าที่ตำารวจได้ใช้ยุทธวิธีควบคุมฝูงชนโดยมีการฉีดนำ้าและนำ้าผสมแก๊สนำ้าตา
            เพื่อสกัดผู้ชุมนุม

                      9)  ข่าวประชาสัมพันธ์ กสม. เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 แสดงความห่วงกังวลต่อกรณีผู้ปกครองที่นำาบุตรหลาน

            เข้ามาในพื้นที่ชุมนุม โดยผู้จัดการชุมนุม ผู้ชุมนุม รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำาเป็นต้องให้ความสำาคัญในการช่วยกัน
            ดูแลคุ้มครองเด็กและเยาวชนในพื้นที่การชุมนุม โดยคำานึงถึงวุฒิภาวะและสถานการณ์แวดล้อมของการชุมนุม เช่น
            ความปลอดภัย กิจกรรมที่สุ่มเสี่ยง เป็นต้น

                    นอกจากการออกแถลงการณ์และข่าวประชาสัมพันธ์แล้ว  กสม.  ยังได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี
            ยำ้าความสำาคัญในการเคารพสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสันติ หากรัฐจำาเป็นต้องมีการจำากัด

            เสรีภาพต้องมีการตีความอย่างเคร่งครัด มาตรการจำากัดเสรีภาพต้องเป็นไปเท่าที่จำาเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์
            ตลอดจนเสนอแนะให้รัฐใช้หลักการของสหประชาชาติในการบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสม

                    สำาหรับการดำาเนินงานด้านการคุ้มครอง กสม. ได้เข้าเยี่ยมแกนนำาผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมหรือควบคุมตัว เพื่อให้ทราบว่า
            บุคคลดังกล่าวได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายหรือไม่และต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ อย่างไร ในขณะเดียวกัน
            กสม. มีความห่วงใยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการจับกุมผู้ถูกกล่าวหาในบางกรณี เช่น การจับกุม

            บุคคลในยามวิกาล การจับกุมและควบคุมตัวบุคคลโดยเจ้าหน้าที่ที่แต่งกายนอกเครื่องแบบ การใช้ยานพาหนะ
            ที่มิใช่ของทางราชการ การจับกุมและอายัดตัวผู้ต้องหาเพื่อการดำาเนินคดีแบบต่อเนื่อง รวมถึงการจับกุมผู้ชุมนุม
            ที่เป็นเด็กและเยาวชน กสม. จึงได้มีหนังสือถึงผู้บัญชาการตำารวจแห่งชาติแจ้งข้อห่วงใยต่อการบังคับใช้กฎหมาย
            ของเจ้าหน้าที่ตำารวจในการควบคุมตัวและดำาเนินคดีแก่ผู้ชุมนุมในสถานการณ์การชุมนุมเพื่อให้การดำาเนินการใด ๆ
            ของเจ้าหน้าที่ตำารวจในสถานการณ์ชุมนุมที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ

            ขั้นพื้นฐานของบุคคลและสำานักงานตำารวจแห่งชาติควรชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมและการดำาเนินคดี
                                  69
            ให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว










                     69
                       จาก หนังสือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ สม 0008/86 ลงวันที่ 2 พ.ย. 63 เรื่อง ข้อห่วงใยต่อ
            การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ต�ารวจในการควบคุมตัวและด�าเนินคดีแก่ผู้ชุมนุมในสถานการณ์การชุมนุม




        64    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   61   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71