Page 60 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 60
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ที่เริ่มขยายวงกว้างในช่วงเดือนมีนาคม
48
ส่งผลให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาศัยอำานาจตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำาหนดการบริหารราชการ
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 49
50
และได้ออกข้อกำาหนดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงการห้ามมิให้มีการชุมนุม ทำากิจกรรม หรือมั่วสุมกัน
ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัด จึงทำาให้ประชาชนต้องระงับกิจกรรมและการรวมกลุ่มยื่นข้อเรียกร้องต่าง ๆ ต้องถูกระงับไว้
จนกระทั่งรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 และในช่วงเดือนกรกฎาคม ไม่พบ
ผู้ติดเชื้อภายในประเทศ รัฐบาลจึงได้มีการผ่อนปรนมาตรการโดยออกประกาศข้อกำาหนด (ฉบับที่ 13) ให้สามารถ
มีกิจกรรมรวมกลุ่มหรือใช้สิทธิของประชาชนเพื่อการชุมนุมได้ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
และกฎหมาย รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ทั้งนี้ ให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ
ในการจัดกิจกรรมจัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด
นับแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมาก่อนที่รัฐบาลจะยกเลิกข้อห้ามการชุมนุมตามข้อกำาหนด
ฉบับที่ 13 สถานการณ์การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนได้ขยายวงกว้างออกไปทั้งในพื้นที่
กรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่มีข้อเรียกร้องเช่นเดียวกับกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่จัดกิจกรรม
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 3 ข้อซึ่งมีสาระสำาคัญ
คือ 1) ยุบสภาผู้แทนราษฎร 2) หยุดคุกคามประชาชน และ 3) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนมีการพัฒนาเครือข่ายขึ้น
เป็นคณะประชาชนปลดแอก เพื่อขยายแนวร่วมไปสู่นักกิจกรรมการเมืองตามสถานศึกษาต่าง ๆ รวมถึงประชาชนทั่วไป
พร้อมเพิ่มหลักการ 2 ข้อ ได้แก่ ต้องไม่มีการทำารัฐประหาร และไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และ 1 ความฝัน คือ
การมีระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 51 การชุมนุมที่มีขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจนถึง
วันที่ 1 สิงหาคม 2563 พบว่า เป็นการชุมนุมและกิจกรรมสาธารณะที่มีเนื้อหาสนับสนุนข้อเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษา
อย่างน้อย 75 กิจกรรม ใน 44 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำานวนมากเป็นกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่
ในหลายพื้นที่เป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษา และกิจกรรมที่จัดมีรูปแบบหลากหลายเพื่อสื่อสารแสดงออกให้สังคม
และรัฐบาลได้รับรู้ 52 กลุ่มนักเรียนได้นำาเสนอปัญหาความเหลื่อมลำ้าในระบบการศึกษาและการคุกคามนักเรียน
ที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในโรงเรียน และเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2563 กลุ่มนักเรียนเลวและภาคีเครือข่ายกว่า 50
โรงเรียนได้จัดกิจกรรม “หนูรู้หนูมันเลว” โดยมีข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือ 1) หยุดคุกคาม
48
จาก ด่วน! นายกฯขออ�านาจครม. ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุมโควิด-19 แพร่เชื้อ, โดย ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์, 2563.
สืบค้นจาก https://www.prachachat.net/politics/news-436752
49
จาก นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคติดต่ออันตรายร้ายแรง
มีผล 26 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563, โดย The Standard Team, 2563. สืบค้นจาก https://thestandard.co/pm-
announcement-of-emergency-situations-26-march-to-30-april-2020/
50
ข้อกำาหนดฉบับที่ 1 ข้อ 5 ห้ามมิให้มีการชุมนุม การทำากิจกรรม หรือการมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ในสถานที่แออัดหรือ
กระทำาการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยฯ
51
จาก “ประชาชนปลดแอก” ประกาศจะไม่หยุดเคลื่อนไหวจนกว่า “อ�านาจมืด” จะหมดไป, โดย บีบีซี ไทย, 2563.
สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-53797329
52
จาก “2 อาทิตย์หลังเยาวชนเริ่มปลดแอก: เสนอหยุดคุกคาม กลับถูกคุกคามกว้างขวาง”, โดย ศูนย์ทนายความ
เพื่อสิทธิมนุษยชน, 2563. สืบค้นจาก https://tlhr2014.com/?p=20110
58 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

