Page 219 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 219

5. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรศึกษาทบทวนผลการดำาเนินการที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้
               และปรับปรุงระบบการช่วยเหลือคนพิการ และศึกษาระบบการขนส่ง หรือบริการอื่นที่เปิดหรือจัดให้แก่สาธารณะ    การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน

               ทั้งในเมืองและในชนบทให้มีประสิทธิภาพ เพียงพอ และสอดคล้องกับความต้องการจำาเพาะของคนพิการแต่ละ
               ประเภท เช่น ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดให้มีระบบช่วยเหลือนำาทาง (Guide Helper) เพื่อช่วยเหลือการเดินทาง   ของกลุ่มบุคคล
               ของคนพิการทางสายตา เป็นต้น เพื่อให้คนพิการสามารถดำารงชีวิตอยู่ได้โดยอิสระและมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกด้าน
               ของการดำาเนินชีวิต




               5.4    สิทธิสตรีและความเสมอภาคทางเพศ                                                                   บทที่ 5

                      ภาพรวม


                      กติกา ICCPR และกติกา ICESCR ได้รับรองสิทธิของบุคคลที่จะได้รับสิทธิและเสรีภาพที่กำาหนดในกติกา
               อย่างเท่าเทียมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุต่าง ๆ รวมถึงด้วยเหตุแห่งเพศ นอกจากนี้ ประเทศไทยได้เข้าเป็น
               ภาคีอนุสัญญา CEDAW ที่มุ่งส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชายโดยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีและส่งเสริม
               ให้ผู้หญิงได้เข้าถึงสิทธิและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพและ

               การได้รับบริการสาธารณสุข การทำางาน การมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ความเท่าเทียมในเรื่องครอบครัว
               และการแต่งงาน รวมถึงการได้รับความคุ้มครองโดยเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย

                      รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 รับรองความเสมอภาคของบุคคลภายใต้
               กฎหมายและรับรองว่าชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน รวมทั้งห้ามการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลด้วยเหตุ
               แห่งเพศ นอกจากนี้ ยังมีบทบัญญัติในส่วนอื่น ๆ ที่คุ้มครองสิทธิสตรี ได้แก่ มาตรา 48 ที่กำาหนดให้มารดาในช่วงระหว่าง

               ก่อนและหลังการคลอดบุตรมีสิทธิได้รับความคุ้มครองและช่วยเหลือตามที่กฎหมายบัญญัติ และมาตรา 71 ที่กำาหนด
               ให้รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำารงชีวิตได้
               อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้ง
               ให้การบำาบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำาการดังกล่าว โดยในการจัดสรรงบประมาณ รัฐพึงคำานึงถึงความจำาเป็น

               และความต้องการที่แตกต่างกันของเพศ วัย และสภาพของบุคคล ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรม

                      คณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CEDAW ได้มีข้อสังเกตต่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ของประเทศไทย
               ตามรายงานฉบับที่ 6 และฉบับที่ 7 เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 ในประเด็นต่าง ๆ เช่น การประเมินผลกระทบของ
               มาตรการต่อต้านการกระทำารุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง รวมถึงการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การดูแลผู้หญิง
               ที่ถูกกระทำารุนแรงในครอบครัวให้ได้รับความคุ้มครองและเข้าถึงความช่วยเหลือ ทั้งด้านกฎหมาย สุขภาพ และการดูแล

               สภาพจิตใจที่เพียงพอ การป้องกันการแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีและมีมาตรการแก้ไขปัญหาการค้าประเวณี
               ที่ต้นเหตุ การพิจารณากำาหนดมาตรการเพื่อประกันว่าผู้หญิงจะสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองและกิจการสาธารณะ
               ได้อย่างเท่าเทียมกับผู้ชายในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนโยบาย ทั้งในองค์กรด้านนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ
               รวมถึงหน่วยงานตำารวจ การเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงได้รับการจ้างงานในระบบมากขึ้นและขจัดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง














                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  217
   214   215   216   217   218   219   220   221   222   223   224