Page 218 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 218
การส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิในการมีงานทำาผ่านการฝึกอาชีพและการจัดหางานสำาหรับคนพิการ การส่งเสริมการเข้าถึง
สิทธิในการได้รับบริการพื้นฟูสมรรถภาพโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กับกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการจัดให้มีระบบบริการผู้ช่วยคนพิการที่มีความรู้และทักษะที่ได้มาตรฐานสำาหรับ
ช่วยเหลือคนพิการให้สามารถดำารงชีวิตได้โดยอิสระและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ตามข้อ 19 ของอนุสัญญา CRPD
นอกจากนี้ ในด้านการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตอบรับข้อเสนอแนะของ กสม. และได้เริ่ม
มีการดำาเนินการทำาแผนเพื่อปรับปรุงพัฒนาและออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบขนส่งสาธารณะที่ทุกคนใช้ประโยชน์ได้
รวมทั้งมีการกำาหนดมาตรฐานสิ่งอำานวยความสะดวกที่จำาเป็นต่อการเข้าถึงการขนส่งสาธารณะสำาหรับคนพิการและ
ผู้สูงอายุด้วย
ปัญหาหรืออุปสรรค พบว่า มาตรการและความพยายามของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริม
ให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิบางประการยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิด้านการศึกษาของเด็กพิการ
ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำาคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ดังเห็นได้จากสถิติคนพิการที่ได้รับการศึกษาว่า
ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80 ได้รับการศึกษาเพียงในระดับประถมศึกษาเท่านั้น นอกจากนี้ เด็กที่มีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา มีปัญหาทางการเรียนรู้ มีปัญหาทางพฤติกรรมและอารมณ์ และเด็กออทิสติก เป็นกลุ่มที่ยังขาดรูปแบบ
ระบบการจัดการศึกษาที่ชัดเจน ขาดครูผู้สอนที่มีความรู้และทักษะที่เหมาะสม ขาดครูแนะแนวและนักจิตวิทยาที่จะ
ให้คำาแนะนำา รวมทั้งขาดระบบที่จะสนับสนุนครอบครัวให้สามารถดูแลให้ความช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมเด็กพิการ
กลุ่มนี้ในการเข้าเรียนรวม ด้านสิทธิในการทำางาน แม้ว่ากฎหมายส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจะกำาหนด
มาตรการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ แต่จำานวนคนพิการที่ได้ทำางานตามมาตรการดังกล่าวยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งการจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐยังมีค่อนข้างน้อย ส่วนกรณีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหญิงพิการ
ยังไม่พบว่ามีมาตรการป้องกันและคุ้มครองช่วยเหลือที่ชัดเจน และเด็กพิการที่ถูกละเมิดยังมีอุปสรรคในการเข้าถึง
ความยุติธรรมเนื่องจากกระบวนการดำาเนินคดีทางกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะ กสม. จึงมีข้อเสนอแนะต่อการดำาเนินการเพื่อส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิบางประการ ดังนี้
1. รัฐบาลควรคงความพยายามในการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของคนพิการที่ได้เริ่มดำาเนินการมาแล้ว เช่น
การปรับเบี้ยความพิการ การกระจายการให้บริการต่าง ๆ ลงไปในระดับชุมชนผ่านศูนย์บริการคนพิการ การช่วยเหลือ
และสนับสนุนให้คนพิการอยู่ได้โดยอิสระในชุมชน และการพัฒนาคุณภาพของบริการ ตลอดจนการปรับปรุงระบบขนส่ง
สาธารณะและจัดให้มีอุปกรณ์สิ่งอำานวยความสะดวกที่คนพิการเข้าถึงได้
2. รัฐบาลควรให้ความสำาคัญมากขึ้นในการส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิด้านการศึกษา โดยดำาเนินการจัดการ
ศึกษาที่เหมาะสมแก่คนพิการตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
รวมทั้งจัดให้มีระบบสนับสนุนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท มีการติดตามผลการดำาเนินการ
และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้คนพิการได้รับสิทธิด้านการศึกษาอย่างแท้จริง
3. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรศึกษาปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการจ้างงานหรือการทำางานของ
คนพิการซึ่งยังมีจำานวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับคนพิการที่อยู่ในวัยทำางานและทำางานได้ แม้ว่ากฎหมายจะกำาหนดมาตรการ
ส่งเสริมการจ้างงาน ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้น รวมถึงทางเลือกในการประกอบอาชีพอิสระ
เพื่อให้มีคนพิการได้ทำางานมากขึ้น
4. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันคนพิการ โดยเฉพาะ
เด็กหญิงพิการ จากการถูกทำาร้ายหรือล่วงละเมิด และพิจารณามาตรการในการคุ้มครอง ช่วยเหลือ และเยียวยา
รวมถึงกระบวนการดำาเนินคดีทางกฎหมายที่มีประสิทธิผลแก่คนพิการที่ถูกล่วงละเมิด
216 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

