Page 213 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 213
ศึกษามาจากปัจจัยแวดล้อมในครอบครัว สภาพร่างกาย และสถานะทางการเงิน จะพบว่ายิ่งการศึกษาระดับสูงขึ้น
ยิ่งมีคนพิการได้รับการศึกษาน้อยลง 497 การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการสร้างเสริมสุขภาวะในเด็กที่มีความต้องการพิเศษถูกละเลยอันเนื่องมา
จากความบกพร่องที่มีอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษในวัยเรียนที่สามารถเข้าเรียนรวมได้ ประกอบด้วย ของกลุ่มบุคคล
4 กลุ่ม ได้แก่ 1) เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา 2) เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ 3) เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม
และอารมณ์ และ 4) เด็กออทิสติก ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบมากในสถานศึกษาและชุมชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เด็กที่มีความต้องการ
พิเศษไม่สามารถเรียนต่อในระบบการศึกษาได้และอยู่นอกระบบการศึกษา จึงไม่มีระบบส่งเสริมที่ช่วยให้การดำาเนิน
ชีวิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกันการจัดการศึกษาสำาหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษยังต้องคำานึงถึงปัจจัยที่ บทที่ 5
เกี่ยวข้องหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการช่วยเตรียมความพร้อมหรือ
การช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มแรก แต่รูปแบบการจัดการศึกษาดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน นอกจากนี้ เด็กออทิสติกยังคง
ต้องการความช่วยเหลือตามความจำาเป็นบางอย่าง (special need) เช่น ระบบเพื่อนช่วยเพื่อน และพบปัญหาเด็กพิการ
ในโรงเรียนเรียนรวม เมื่อจบชั้นประถมศึกษาพบว่าไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษามากถึงกว่า 5 แสนราย เนื่องจากโรงเรียน
ที่สามารถรับเด็กพิการเรียนรวมมีเฉพาะบางแห่งเท่านั้น ส่วนครูที่สอนเด็กพิการเป็นเพียงครูอัตราจ้าง ไม่มีความมั่นคงใน
498
อาชีพ ทำาให้อัตราการลาออกสูง อย่างไรก็ดี ในส่วนการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
สำานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้สนับสนุนให้มีพื้นที่ชุมชนต้นแบบในการจัดการศึกษาของ
เด็กกลุ่มนี้บนฐานเครือข่ายการมีส่วนร่วมของชุมชนใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดราชบุรี และ
จังหวัดอุบลราชธานี
จากสถานการณ์ปัญหาการเรียนร่วมของเด็กพิการกับเด็กปกติ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต
คนพิการร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษและสถานศึกษาในพื้นที่จัดทำาแผนการจัดการศึกษาสำาหรับเด็กพิการ 3 พื้นที่
ต้นแบบ ได้แก่ 1) โรงเรียนบางชัน (ปลื้มวิทยานุสรณ์) กรุงเทพมหานคร 2) โรงเรียนเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
และ 3) โรงเรียนระยอง จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการ
อย่างทั่วถึง มีคุณภาพ เสมอภาค และสร้างเจตคติที่ดีต่อการศึกษาสำาหรับเด็กพิการในสังคมและคนพิการเอง แผนการ
จัดการศึกษามี 3 ระยะ ได้แก่ แผนระยะเร่งด่วน แผนระยะกลาง และแผนระยะยาว จากแผนการจัดการศึกษาดังกล่าว
ได้เริ่มนำาร่องขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสำาหรับเด็กพิการที่โรงเรียนเมืองนครราชสีมา (Korat model) สำาหรับแผนการ
จัดการศึกษาในระยะต่อไป คือ โครงการห้องเรียนสอนเสริมทักษะเด็กนักเรียน โดยหลักสูตรจะเน้นพัฒนาทักษะ
เด็กพิการ จำานวน 10 หลักสูตร ซึ่งอยู่ระหว่างดำาเนินการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2563 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำาเนินการส่งเสริมการศึกษาของคนพิการ เช่น กรมส่งเสริม
และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการกับกระทรวง
ศึกษาธิการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนา “กศน. WOW (6 G)” และนโยบายเฉพาะด้านที่มีเป้าหมาย
ส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมและคนพิการ โดยมุ่งหวังให้เกิดการจัดการศึกษาที่เข้าถึงคนพิการ
ในทุกพื้นที่ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการโดยส่งเสริมให้คนพิการมีทักษะชีวิตที่ดีและสามารถทำางานหรือ
497
จาก ส่งเสริมการศึกษาเด็กพิการ, โดย ไทยรัฐ, 2563. สืบค้นจาก https://www.thairath.co.th/news/society/
1960021
498
จาก การประชุมคณะท�างานจัดสรรงบประมาณโครงการพัฒนาการจัดการศึกษาส�าหรับคนพิการในระดับอุดมศึกษา,
โดย Disabilities Thailand, 2563. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/ disabilitiesth/posts/ 1221014218255036
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 211

