Page 183 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 183
ส่วนการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กโดยบุคลากรทางการศึกษา พบว่ามีกรณีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 2 และปีที่ 4 ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยครู 5 คนและศิษย์เก่า 2 คน ซึ่งกรณีนี้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพได้ การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
สั่งพักใบอนุญาต และกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งให้ครูทั้ง 5 คนออกจากราชการไว้ก่อน โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน
421
ได้ส่งเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดมุกดาหารเข้าไปช่วยเหลือคุ้มครอง และดูแลสภาพจิตใจ ทั้งนี้ องค์การ ของกลุ่มบุคคล
ทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเหตุการณ์นี้สะท้อน
ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปกป้องคุ้มครองเด็ก และควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำาเนินการ
เพื่อปรับปรุงการคุ้มครองเด็กในโรงเรียนโดยด่วน และได้มีข้อเสนอแนะหลายประการต่อกรณีที่เกิดขึ้น เช่น การพิจารณา
ทบทวนประสิทธิภาพของมาตรการคุ้มครองเด็ก กลไกการเฝ้าระวัง และแนวทางการดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุรุนแรง บทที่ 5
ในโรงเรียน รวมถึงการจัดให้มีช่องทางการแจ้งเหตุอย่างเป็นความลับสำาหรับนักเรียนและเจ้าหน้าที่ การกำาหนดวิธีการ
ส่งต่อให้กับหน่วยงานด้านสวัสดิการสังคมอย่างชัดเจน และการช่วยให้เด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้
ตามปกติ โดยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันปกป้องคุ้มครองเด็กที่ถูกกระทำาความรุนแรงทุกรูปแบบ โดยคำานึงถึง
ผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชนต้องร่วมกันปกป้องสิทธิ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
และความเป็นส่วนตัวของเด็ก กระบวนการทำาข่าวและการรายงานข่าวต้องคำานึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก
และต้องไม่ทำาร้ายหรือซำ้าเติมเด็ก 422 นอกจากนี้ องค์กรภาคประชาสังคมด้านผู้หญิง เด็ก และเครือข่ายการศึกษา
จำานวน 92 องค์กร ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้เร่งออกมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรง
ทางเพศในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กสม. ได้มีมติหยิบยกกรณีดังกล่าวขึ้นตรวจสอบและได้มีข้อเสนอแนะ
มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศต่อคณะรัฐมนตรีและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การพิจารณากำาหนดแนวนโยบายด้านการขจัดความรุนแรงทางเพศต่อเด็กในภาพรวม
และกำาชับการดำาเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความสอดประสานและเชื่อมโยงกันในด้านนโยบาย
การพิจารณามอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำาเนินการ
พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อจัดเก็บข้อมูลด้านการส่งเสริมและคุ้มครองเด็ก การติดตาม การประเมินผล ตลอดจน
การจัดการองค์ความรู้และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การกำาหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งกำาหนดมาตรการป้องกัน
เชิงรุกด้วยการจัดทำา “แผนจัดการความเสี่ยงด้านความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก” และ “แนวปฏิบัติสำาหรับเด็ก
ในการป้องกันตนเองจากความรุนแรงทางเพศ” โดยให้ประสานความร่วมมือและวางแผนร่วมกับเด็กนักเรียน ตัวแทน
ผู้ปกครอง ชุมชนและหน่วยงานของรัฐในพื้นที่แต่ละแห่ง กระทรวงศึกษาธิการโดยคุรุสภา ควรมีการกลั่นกรองและ
ตรวจสอบการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพของครูหรือบุคลากรทางการศึกษาอย่างเคร่งครัด รวมทั้ง
ควรมีการประเมินด้านสุขภาพจิตและอารมณ์เพื่อประกอบการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหรือการต่ออายุ
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2559 หรือควรพัฒนาช่องทาง
ในการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ
เพื่อให้เด็กหรือผู้พบเห็นสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย สะดวกรวดเร็ว คำานึงถึงความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล โดยอาจใช้รูปแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันเป็นการเฉพาะ รวมทั้งควรพัฒนาเป็นช่องทางให้เด็กสามารถ
421
จาก อธิบดี ดย. เผยสภาพจิตใจ 2 นักเรียนหญิงดีขึ้น น้อง ม.4 พม.เข้าช่วยพาอยู่บ้านพักเด็กฯ, โดย LINE TODAY,
2563. สืบค้นจาก https://today.line.me/TH/article/ZowQrN?utm_source=copyshare
422
จาก ยูนิเซฟประณามเหตุครูและศิษย์เก่า ข่มขืนเด็กนักเรียนหญิง ชี้ไม่ควรมีเด็กคนใดต้องเผชิญกับความรุนแรง,
โดย The Standard, 2563. สืบค้นจาก https://thestandard.co/unicef-raped-schoolgirl-case/
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 181

