Page 166 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 166
ต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหรือดำาเนินการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งระดมกำาลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อแก้ปัญหาไฟป่าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ
การจัดเจ้าหน้าที่เข้าดับไฟป่า ร่วมกับประชาชนในพื้นที่และการใช้อากาศยานเพื่อช่วยในการดับไฟ แต่การใช้มาตรการ
บางอย่าง เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อจับกุมดำาเนินคดีกับผู้กระทำาการเผาป่า หรือบุกรุกพื้นที่ป่า
โดยมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงมาตรการปิดป่าอย่างเด็ดขาดนั้น แสดงให้เห็นว่ายังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเหมาะสม
และอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมหลายชุมชนที่อยู่อาศัยและมีวิถีชีวิตที่พึ่งพาป่าได้
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อประเด็นสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้
1. รัฐบาลควรปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่เพื่อรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการบำารุงรักษา
และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง หรือจัดทำากฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติให้ชุมชนที่มีศักยภาพและมีความพร้อม สามารถเข้ามาจัดการร่วมกันกับรัฐได้โดยที่ชุมชนเป็น
ผู้มีบทบาทหลักในการจัดการดูแล (Community-based Co-management) และปรับใช้การดำาเนินการในหน่วยงาน
ของรัฐให้สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
2. รัฐบาลควรเร่งดำาเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิต
ชาวกะเหรี่ยง และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
และเจตนารมณ์ในการคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ โดยยุติการจับกุมดำาเนินคดีและยอมรับการจัดการและการใช้ประโยชน์
ในพื้นที่ของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในระหว่างที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและ
อนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้ประกาศใช้ รวมทั้งเพิ่มกลไกการสร้างความรู้ความเข้าใจและการปรึกษาหารือ
เพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
3. ในการดำาเนินโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลหรือที่รัฐบาลอนุญาตให้ดำาเนินการในทางเศรษฐกิจ สังคมและ
สิ่งแวดล้อมนั้น หากเป็นการดำาเนินการที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัยและที่ทำากิน
หรือคุณภาพชีวิตของบุคคลและชุมชน รัฐบาลต้องคำานึงถึงการมีส่วนร่วมของบุคคลและชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ
จากโครงการต่าง ๆ อย่างจริงจัง โดยประชาชนและชุมชนต้องได้รับรู้ถึงข้อมูลเกี่ยวกับการดำาเนินการตั้งแต่เริ่มแรก
รวมทั้งรับรู้ถึงข้อมูลผลกระทบทั้งในทางบวกและลบอย่างถูกต้องครบถ้วน และการดำาเนินการต่าง ๆ ต้องรับฟังความคิดเห็น
ของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวางเพื่อแสวงหาการยอมรับร่วมกันอย่างเหมาะสม และต้องมีมาตรการ
การเยียวยาอย่างจริงจังให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และรวดเร็ว
4.5 ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
ภาพรวม
นับแต่ปี 2554 สหประชาชาติได้จัดทำาแนวทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในบริบทของการประกอบธุรกิจขึ้น
ในชื่อว่า “หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on
Business and Human Rights: UNGPs)” โดยหลักการดังกล่าวตั้งอยู่บนพื้นฐานของพันธกรณีของรัฐตามกฎหมาย
ระหว่างประเทศในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงพันธกรณีในการคุ้มครองบุคคลจากการถูกละเมิด
สิทธิมนุษยชน (Protect) การประกอบธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชน (Respect) และการดูแลให้ผู้ถูกละเมิด
สิทธิมนุษยชนได้รับการเยียวยา (Remedy) ทั้งโดยกลไกการเยียวยาของรัฐหรือของธุรกิจเอกชน
164 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

