Page 139 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 139
เพื่อช่วยขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสุขภาพตามความจำาเป็นของกลุ่มเปราะบางแต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มแรงงานต่างด้าว
อาจเน้นมาตรการแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสารเพื่อให้แรงงานสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลและการดูแล
สุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งจะเป็นการช่วยควบคุม
การแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
2. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการเอกชนเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติ
ต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการจ้างงาน กำาหนดมาตรการป้องกันมิให้สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการเปิดเผยข้อมูล การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ด้านสุขภาพของผู้ติดเชื้เอชไอวีโดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีเข้าถึงบริการ
สุขภาพได้โดยสะดวกยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายลดอัตราการติดเชื้อรายใหม่และการเสียชีวิตตามที่กำาหนดไว้
3. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณามาตรการในการแก้ไขปัญหาสุขภาพที่ยังคงมีอยู่
ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เช่น ปัญหาสุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายของประชาชน โดยการดำาเนินการในเชิงรุกและเพิ่ม
การขยายเครือข่ายเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ที่ส่งสัญญาณการฆ่าตัวตายบนสื่อสังคมออนไลน์ได้ทันท่วงที และขยาย
ช่องทางการให้คำาปรึกษาเพื่อให้ผู้ที่ต้องการรับบริการด้านสุขภาพจิตเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก
(PM 2.5) ควรทบทวนประสิทธิภาพและประสิทธิผลของมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่ยังเกินมาตรฐาน
กำาหนดมาตรการส่งเสริมและจัดให้ประชาชนเข้าถึงอุปกรณ์ในการป้องกันตนเองอย่างเพียงพอและในราคาที่เข้าถึงได้ บทที่ 4
รวมถึงควรทบทวนว่ามาตรการในการปกป้องดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิน
มาตรฐานมีความเพียงพอและทั่วถึงหรือไม่ โดยเฉพาะการคุ้มครองสุขภาพของประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก
คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นต้น
4. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ข้อมูลแก่ประชาชนและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ
การใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้องและปลอดภัยเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ
ของสารเคมีป้องกันและกำาจัดศัตรูพืช ตลอดจนเร่งหามาตรการรองรับที่เหมาะสมสำาหรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
กับเกษตรกร ทั้งการหาสารทดแทนให้กับเกษตรกรทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและราคา รวมถึงให้ความรู้ในการใช้สารเคมี
ป้องกันและกำาจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยเพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีดังกล่าว
4.3 สิทธิด้านการศึกษา
ภาพรวม
กติกา ICESCR ข้อ 13 ได้รับรองสิทธิของทุกคนที่จะได้รับการศึกษาที่ต้องมุ่งให้เกิดการพัฒนาบุคลิกภาพ
ความสำานึกในศักดิ์ศรีของคน การเคารพสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ความสามารถที่จะมีส่วนร่วมในสังคม
โดยรัฐภาคีต้องดำาเนินการจัดการศึกษาระดับประถมให้เป็นภาคบังคับและจัดให้ทุกคนแบบให้เปล่า จัดการศึกษาระดับ
มัธยมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถได้รับการศึกษาขั้นอุดมศึกษาได้เท่าเทียมกันตาม
ความสามารถของแต่ละบุคคล ตลอดจนมีการพัฒนาระบบโรงเรียนในทุกระดับ นอกจากนี้ สิทธิดังกล่าวยังได้รับการ
รับรองในอนุสัญญา CRC ข้อ 28 ซึ่งได้กำาหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กเพิ่มเติมด้วยว่า รัฐพึงมีมาตรการ
สนับสนุนการเข้าเรียนอย่างสมำ่าเสมอ ลดอัตราการออกจากโรงเรียนกลางคัน และมีมาตรการประกันว่าระเบียบวินัย
ของโรงเรียนพึงสอดคล้องกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็กและสอดคล้องกับหลักการและบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ
สิทธิด้านการศึกษาได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่ดำาเนินการให้เด็กทุกคน
ได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
ให้เด็กเล็กได้รับการดูแลพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 137

