Page 137 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 137

ความคิดเห็นจากเกษตรกรทั่วประเทศ ปี 2563 พบว่า ร้อยละ 87 ไม่เห็นด้วยกับการห้ามใช้พาราควอตเพราะยังไม่มีวิธีการ
               หรือสารมาทดแทนได้ จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำาเนินการจัดทำาหนังสือยกเลิกการห้ามใช้

               พาราควอตถึงคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อให้มีการทบทวนเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นธรรมใหม่อีกครั้ง และให้มีมาตรการ
                                         293
               จำากัดการใช้สารพาราควอตแทน  อย่างไรก็ดี เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำาจัดศัตรูพืช (Thai-Pan) ได้ยื่นจดหมาย
               ต่อประธานกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อคัดค้านการทบทวนสารพิษพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสเช่นเดียวกัน  294
               ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงยำ้าจุดยืนห้ามการใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตรดังกล่าวเพื่อปกป้องเกษตรกร   การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

               และประชาชนไม่ให้เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตจากสารเคมีอันตราย จากการดำาเนินการเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพ พบว่า
               มีผู้ป่วยจากโรคพิษสารกำาจัดศัตรูพืช (ไม่ระบุปีที่เก็บข้อมูล) จำานวน 41,941 ราย โดยปี 2560 พบผู้ป่วยสูงสุดจำานวน
               10,686 ราย ส่วนปี 2562 พบผู้ป่วย 6,007 ราย ซึ่งจำานวนผู้ป่วยที่ลดลงนั้นสอดคล้องกับปริมาณการนำาเข้าสารเคมี
               ที่ลดลงในปี 2562 สำาหรับในปี 2563 (1 มกราคม - 29 สิงหาคม 2563) พบผู้ป่วยโรคพิษสารกำาจัดศัตรูพืช 4,933 ราย

               เป็นผู้ป่วยจากกลุ่มสารกำาจัดแมลง รวมถึงสารคลอร์ไพริฟอส 2,951 ราย กลุ่มสารกำาจัดวัชพืช รวมถึงสารพาราควอต
               และไกลโฟเซต 889 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากสารพาราควอต 1 ราย ซึ่งเกิดจากการสัมผัสระหว่างฉีดพ่นสารดังกล่าว
               ภาพรวมของประเทศไทยต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากสารเคมีกำาจัดศัตรูพืชทุกชนิดมากกว่า 20 ล้าน
               บาทต่อปี ซึ่งผู้ที่ได้ผลกระทบอันดับแรกคือเกษตรกรประมาณร้อยละ 43.2 รองลงมาคือผู้รับจ้างทั่วไปร้อยละ 21.1

               และจากข้อมูล 4 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากสารเคมี 3 ชนิดดังกล่าว ประมาณ 2,000 ราย 295                 บทที่ 4


               การประเมินสถานการณ์


                          พัฒนาการหรือความก้าวหน้า ในปี 2563 รัฐมีการดำาเนินการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาในการทำาให้
               ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพจากรัฐ ผ่านการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิโดยการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร
               ทั้งการเพิ่มจำานวนทีมคลินิกครอบครัวและ
               แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว  การอบรม
               อสม. ให้มีความรู้ในการทำาหน้าที่สนับสนุน

               การปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์เวชศาสตร์
               ครอบครัว  และการพัฒนาระบบข้อมูล
               และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในขณะเดียวกัน

               มีการดำาเนินการเพื่อส่งเสริมการเข้าถึง
               บริการทางการแพทย์ในระบบหลัก
               ประกันสุขภาพแห่งชาติได้โดยสะดวก
               และทั่วถึงยิ่งขึ้น เช่น การให้ผู้ป่วยสามารถ
               เข้ารักษาหน่วยบริการปฐมภูมิได้ทุกที่






                       293
                          จาก เฉลิมชัย รับชง คณะกรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกแบนพาราควอต พร้อมข้อมูลสนับสนุนใหม่, โดย กรุงเทพ
               ธุรกิจ, 2563. สืบค้นจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/895647
                       294
                          จาก ยื่นค้านทบทวนแบนสาร “พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส”, โดย ฐานเศรษฐกิจ 2563. สืบค้นจาก https://www.
               thansettakij.com/content/Macro_econ/450563
                       295
                          จาก สธ. ย�้าจุดยืนแบน 3 สารเคมีอันตรายทางการเกษตร เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทย, โดย รัฐบาลไทย, 2563.
               สืบค้นจาก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/34704


                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  135
   132   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142