Page 138 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 138
และการลดขั้นตอนทางเอกสาร การลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยใช้เทคโนโลยีการอำานวยความสะดวกแก่ประชาชน
ในการรับยาใกล้บ้านหรือทางไปรษณีย์ในช่วงการระบาดของโรคโควิด 19 การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการป้องกันโรค
โดยจัดหาวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำาหรับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพื่อลดการเจ็บป่วยและการเสียชีวิต
และมีความก้าวหน้าในการพัฒนาและจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 นอกจากนี้ มีการดำาเนินการเพื่อให้ประชากร
กลุ่มเปราะบางบางกลุ่มเข้าถึงบริการสุขภาพได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำา แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม
และผู้ติดเชื้อเอชไอวี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำาเนินการต่อข้อเสนอแนะของ กสม. เพื่อแก้ไขปัญหาการ
ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการรับเข้าทำางานอันเป็นการแก้ไขปัญหาการตีตราและการเลือกปฏิบัติ
ต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีนับเป็นความพยายามของรัฐในการทำาให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง
และครอบคลุมมากขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น เพื่อทำาให้ประชาชนมีสุขภาพกาย
และสุขภาพจิตตามมาตรฐานสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ตามที่ได้รับรองไว้ในกติกา ICESCR และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2560
ปัญหาหรืออุปสรรค ความพยายามในการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพในบางเรื่องยังอยู่ระหว่างดำาเนินการ
และต้องมีการติดตามผลต่อไป ทั้งการพัฒนาระบบแพทย์ปฐมภูมิ การส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มแรงงาน
ต่างด้าวซึ่งมีจำานวนมากในประเทศไทยและมีอุปสรรคด้านภาษา ทำาให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำาเป็นได้อย่างทั่วถึง
การเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการจ้างงาน นอกจากนี้ ยังคงพบประเด็นปัญหาและข้อท้าทายในประเด็นสิทธิ
ด้านสุขภาพในการดำาเนินการของรัฐเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี เช่น ปัญหาสุขภาพจิตและ
การฆ่าตัวตายที่ยังคงเป็นประเด็นที่น่าห่วงกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฆ่าตัวตายโดยถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์
ซึ่งเป็นการยากที่เจ้าหน้าที่จะให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที และยังคงพบปัญหาการบริการให้คำาปรึกษาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ
จิตหรือผู้ที่มีความเครียดที่ไม่เพียงพอแม้ว่าหน่วยงานจะได้มีความพยายามในการเพิ่มช่องทางในการให้บริการแล้วก็ตาม
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกินค่ามาตรฐานค่อนข้างสูงยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
และพื้นที่ภาคเหนือเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าภาครัฐจะมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการเกิดฝุ่นละออง แต่ยังไม่เห็น
ผลที่เป็นรูปธรรมชัดเจน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน และยังคงพบปัญหาในการจัดหาอุปกรณ์
การป้องกันส่วนบุคคล โดยเฉพาะในส่วนของหน้ากาก N 95 ที่ขาดแคลนทั่วประเทศจากสถานการณ์โรคโควิด 19
ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องประกอบอาชีพนอกอาคาร
ที่ไม่สามารถหาซื้อหน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองได้ หรือในส่วนของเครื่องฟอกอากาศที่ยังคงมีราคาสูงสำาหรับผู้มีรายได้น้อย
และจากผลสำารวจอนามัยโพลพบว่าประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจและขาดอุปกรณ์ในการป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง
สำาหรับสถานการณ์การใช้กัญชาทางการแพทย์ รัฐบาลพยายามทำาให้ผู้ป่วยเข้าถึงการใช้กัญชาทางการ
แพทย์อย่างทั่วถึงและปลอดภัยโดยการให้ความรู้กับประชาชน การเก็บข้อมูลสถิติผู้ป่วยที่มีความผิดปกติจากการใช้
กัญชาจะเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดังกล่าวในระยะต่อไป ส่วนสถานการณ์ผลกระทบของ
การใช้สารเคมีป้องกันและกำาจัดศัตรูพืชต่อสุขภาพนั้น แม้ว่าในปี 2563 พบรายงานผู้ป่วยจากการใช้สารกำาจัดศัตรูพืชที่มี
แนวโน้มลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่ภาคส่วนต่าง ๆ ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายทั้งเห็นด้วยและคัดค้านการกำาหนด
ให้สารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 และยกเลิกการใช้งาน นอกจากนี้ พบว่ายังไม่สามารถ
หาสารทดแทนให้แก่เกษตรกรที่มีประสิทธิภาพและราคาที่เหมาะสมได้
ข้อเสนอแนะ จากความก้าวหน้าการดำาเนินการและข้อห่วงกังวลด้านสิทธิสุขภาพข้างต้น กสม.
มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อประเด็นสิทธิด้านสุขภาพดังต่อไปนี้
1. ในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควร
ให้ความสนใจกับประชากรบางกลุ่มที่อาจมีปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงบริการดังกล่าว โดยอาจมีมาตรการเฉพาะ
136 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

