Page 82 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 82
81
การดำาเนินการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำาของเจ้าหน้าที่ บทที่
ตำารวจชุดจับกุมเป็นการตรวจค้นและจับกุมโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม มีผลทำาให้ผู้ร้อง 1
ได้รับบาดเจ็บ เป็นการละเมิดสิทธิในร่างกายของผู้ร้อง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
สำาหรับกรณีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุมกลั่นแกล้งดำาเนินคดีแก่ผู้ร้องในความผิด บทที่
2
ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งที่ผู้ร้องไม่ได้กระทำาความผิดตามข้อกล่าวหา พนักงานอัยการจังหวัดแม่สอดได้ยื่นฟ้อง บทที่
ผู้ร้องต่อศาลจังหวัดแม่สอดในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (ยาบ้า) 3
ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และศาลจังหวัดแม่สอดได้รับคำาฟ้องไว้พิจารณาแล้ว บทที่
ตามคดีหมายเลขดำาที่ 1491/2561 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 จึงเป็นกรณีตาม 4
มาตรา 39 (1) ประกอบมาตรา 39 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ประกอบกับผู้ร้องได้แจ้งความ บทที่
ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจภูธรพบพระซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด 5
ของเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุม ให้ดำาเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุมไว้ด้วย ภาค
โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำาร้องทุกข์และสอบปากคำาผู้ร้อง และได้ส่งเรื่องไปยังสำานักงาน ผนวก
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 6 (จังหวัดพิษณุโลก) เพื่อพิจารณา
ดำาเนินการตามหน้าที่และอำานาจต่อไปแล้ว จึงให้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทาง
ที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อสำานักงานตำารวจแห่งชาติ
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (1) และ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พ.ศ. 2560 มาตรา 26 (1) ประกอบมาตรา 36 โดยให้ดำาเนินการ ภายในเวลา 60 วัน ดังนี้
ข้อเสนอแนะ สำานักงานตำารวจแห่งชาติ ควรดำาเนินการตามหน้าที่และอำานาจแก่เจ้าหน้าที่ตำารวจ
มาตรการหรือ ชุดจับกุมที่กระทำาการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรณีการตรวจค้นและจับกุม
แนวทางที่เหมาะสม ผู้ต้องหาโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ และควรกำาชับเจ้าหน้าที่ตำารวจ
ในการป้องกัน ในสังกัดว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นและจับกุมบุคคล จะต้องคำานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน
หรือแก้ไขการละเมิด โดยใช้ความระมัดระวังและใช้วิธีการที่เหมาะสมเท่าที่จำาเป็นแก่การตรวจค้นและการจับกุม
สิทธิมนุษยชน เพื่อมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะเดียวกับคำาร้องนี้ขึ้นอีก ทั้งนี้ ให้ดำาเนินการ
ภายในระยะเวลา 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานนี้
ผลสำาเร็จ/ สำานักงานตำารวจแห่งชาติ แจ้งว่า ได้มีหนังสือแจ้งไปยังตำารวจภูธรภาค 6 พิจารณา
ความก้าวหน้า ดำาเนินการกำาชับเจ้าหน้าที่ตำารวจในสังกัดในการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นและจับกุม
ในการคุ้มครอง บุคคลจะต้องคำานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน โดยใช้ความระมัดระวังและใช้วิธีการ
สิทธิมนุษยชน ที่เหมาะสมเท่าที่จำาเป็นแก่การตรวจค้นและการจับกุม และต่อมาตำารวจภูธรจังหวัดตาก
แจ้งว่า ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการกระทำาของเจ้าหน้าที่ตำารวจ
ในสังกัดปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจค้นและจับกุมโดยใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม
และได้กำาชับการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นจับกุมบุคคลไปยังเจ้าหน้าที่ตำารวจในสังกัด
ให้ดำาเนินการโดยคำานึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ใช้ความระมัดระวังและใช้วิธีการที่เหมาะสม
เท่าที่จำาเป็นแก่การตรวจค้นจับกุม และภายใต้อำานาจหน้าที่ตามกฎหมายและ
ระเบียบที่เกี่ยวข้องกำาหนด

