Page 69 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 69
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 68
การเลิกจ้างงานจ�านวนหนึ่ง ทั้งนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วท�าให้เกิดความกังวลในหลายภาคส่วน
ว่าการน�าปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในภาคธุรกิจอาจท�าให้แรงงานตกงานมากขึ้นหากไม่มีการพัฒนาศักยภาพแรงงานที่เหมาะสม
ส่วนด้านการคุ้มครองสิทธิแรงงาน ได้มีการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองสิทธิมากขึ้น รวมทั้งได้มีการ
ตรากฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองแรงงานในภาคประมงและห้ามการบังคับใช้แรงงาน แต่มีกรณีที่เป็นปัญหาในส่วนพนักงาน
จ้างเหมาบริการของภาครัฐ การเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการจ้างงาน และการปรับปรุงกฎหมายแรงงานสัมพันธ์
เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศยิ่งขึ้น
ในด้านการคุ้มครองทางสังคม แรงงานในระบบได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายประกันสังคมซึ่งมีการปรับปรุง
สิทธิประโยชน์แก่แรงงานเป็นระยะ ส่วนแรงงานนอกระบบ รัฐบาลได้ด�าเนินการให้สามารถเลือกรับความคุ้มครอง
ตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมหรือเลือกสมัครเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติได้ตามความสมัครใจ
และเป็นที่น่ายินดีว่าในปี 2562 กองทุนการออมแห่งชาติมีผู้สมัครเป็นสมาชิกเพิ่มมากถึง 1.7 ล้านคน อย่างไรก็ดี
เป็นที่น่ากังวลว่า ยังมีแรงงานนอกระบบที่ได้รับความคุ้มครองทางสังคมทั้งในระบบประกันสังคมและกองทุนการออม
แห่งชาติค่อนข้างน้อย ซึ่งเมื่อแรงงานเข้าสู่วัยสูงอายุ อาจท�าให้ไม่มีรายได้หรือเงินออมเพียงพอในการด�ารงชีวิต
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลมีการจัดสวัสดิการเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุและคนพิการ ในลักษณะให้เงิน
ช่วยเหลือรายเดือนซึ่งอาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ แต่รัฐบาลควรมีมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
ด้วย รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะท�างานและท�างานได้ให้มีงานท�าที่เหมาะสม ส่วนผู้ที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตนเองได้ รัฐอาจเพิ่มเบี้ยยังชีพหรือจัดสวัสดิการในรูปแบบอื่นเพื่อให้ประชากรกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่เพียงพอ
และด�ารงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดให้มีที่อยู่อาศัย
ที่มั่นคงและเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและควรด�าเนินการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในเรื่องสิทธิเกี่ยวกับการท�างานและการคุ้มครองทางสังคม กสม. มีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1. รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรช่วยเหลือดูแลแรงงานที่ถูกเลิกจ้างให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย
และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพหรือบริการจัดหางานใหม่ตามความเหมาะสม รวมทั้งแก้ไขปัญหาพนักงานจ้างเหมา
บริการในหน่วยงานของรัฐ และการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีโดยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
และติดตามให้สถานประกอบการมีการปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงแรงงานในเรื่องนี้
2. รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรพิจารณาทบทวนมาตรการด้านนิติบัญญัติและมาตรการด้านบริหารในการ
ลดอุปสรรคของแรงงานในการก่อตั้งหรือเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน และการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับสภาพ
การท�างานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านแรงงาน
3. รัฐบาลและกระทรวงแรงงานควรขยายการคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบกลุ่มต่าง ๆ อย่างทั่วถึง
หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบการคุ้มครองทางสังคมให้มากขึ้น
ในการให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและประชากรเฉพาะกลุ่ม รัฐบาลควรใช้ทั้งมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทา
ความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะความยากจน รวมถึงควรมีมาตรการ
ต่าง ๆ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในชุมชนแออัด และดูแลให้ผู้อาศัย
ในชุมชนเข้าถึงบริการพื้นฐาน (น�้าดื่ม น�้าบริโภค ไฟฟ้า สุขอนามัย) ได้

