Page 52 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 52

51                             รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





                    2.3  เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อมวลชน

                    และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ

                    ภาพรวม


                          เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบได้รับการรับรองในกติกา ICCPR

                    ข้อ 19 ซึ่งก�าหนดให้บุคคลมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง และมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการ
                    แสดงออก รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภท โดยการใช้สิทธิ
                    ดังกล่าวต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบพิเศษควบคู่ไปด้วย ดังนั้น จึงอาจมีการจ�ากัดสิทธินี้ได้โดยต้อง

                    บัญญัติไว้ในกฎหมายและเท่าที่จ�าเป็นเพื่อการเคารพในสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น และเพื่อการรักษา
                    ความมั่นคงของชาติหรือความสงบเรียบร้อย หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน ส่วนสิทธิในการ
                    ชุมนุมโดยสงบได้รับการรับรองในกติกา ICCPR ข้อ 21 โดยการจ�ากัดสิทธินี้จะต้องก�าหนดเป็นกฎหมายและ

                    เพียงเท่าที่จ�าเป็นส�าหรับสังคมประชาธิปไตย เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติหรือความปลอดภัย
                    ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ
                    บุคคลอื่น

                          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทบัญญัติที่รับรองเสรีภาพของบุคคล

                    ในการแสดงความคิดเห็น รวมทั้งเสรีภาพของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนในการเสนอข่าวตามจริยธรรม
                    แห่งวิชาชีพ ดังปรากฏในมาตรา 34 และมาตรา 35 ส่วนเสรีภาพของบุคคลในการชุมนุมโดยสงบและ
                    ปราศจากอาวุธได้รับการรับรองไว้ในมาตรา 44 ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติข้อจ�ากัดในการใช้สิทธิและเสรีภาพ
                    ดังกล่าวที่สอดคล้องกติกา ICCPR ดังกล่าวข้างต้น


                          คณะกรรมการประจ�ากติกา ICCPR ได้มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยในการพิจารณารายงาน
                    การปฏิบัติตามกติกาฯ ของไทยเมื่อเดือนเมษายน 2560 ว่ารัฐภาคีไม่ควรใช้การลงโทษทางอาญากับ
                    ความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือควรใช้เฉพาะกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงเท่านั้น ควรงดเว้นการใช้พระราชบัญญัติ
                    ว่าด้วยการกระท�าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และกฎหมายอื่น ๆ เพื่อยับยั้งการวิพากษ์วิจารณ์

                    หรือการแสดงความเห็นต่างจากรัฐบาล ควรมีการฝึกอบรมผู้พิพากษา พนักงานอัยการ และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้   บทที่
                    กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองเสรีภาพดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐภาคีควรประกันว่า การจ�ากัดเสรีภาพในการ  ๒
                    แสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่ก�าหนดในกติกา ICCPR อย่างเคร่งครัด

                    รวมทั้งควรงดเว้นการคุมขังผู้ใช้สิทธิในการชุมนุมที่ไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคง
                    ของประเทศหรือความปลอดภัยสาธารณะ

                          ในรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 กสม. ได้มี
                    ข้อเสนอแนะว่า รัฐบาลควรหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการจ�ากัดสิทธิและเสรีภาพที่เกินสัดส่วน และควรทบทวน

                    การใช้อ�านาจทางกฎหมายตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช
                    2557 ให้เป็นไปตามกระบวนการตรากฎหมายปกติ แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช            ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
                    2560 มาตรา 279 จะให้อ�านาจดังกล่าวไว้                                                          การประเมินสถานการณ์

                          ในปี 2562 มีสถานการณ์เกี่ยวกับการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ

                    การด�าเนินการของรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในเรื่องเสรีภาพดังกล่าว ดังนี้
   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57