Page 47 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 47
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 46
2.2 การกระทำาทรมานและการบังคับสูญหาย
ภาพรวม
อนุสัญญา CAT เป็นอนุสัญญาที่มุ่งคุ้มครองบุคคลจากการถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติโดยมิชอบ
โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยข้อ 1 ของอนุสัญญาฯ ได้ก�าหนดนิยามของค�าว่า “การทรมาน” ที่ใช้ในอนุสัญญานี้
และข้อ 2 ได้วางหลักการว่าไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ภาวะสงคราม หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะใดที่สามารถยกขึ้น
เป็นข้ออ้างส�าหรับการทรมานได้ นอกจากนั้น อนุสัญญาฯ ได้ก�าหนดหน้าที่ของรัฐภาคีในการด�าเนินมาตรการ
ที่จ�าเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทรมาน ซึ่งรวมถึงการก�าหนดให้การกระท�าทรมานตามความหมายที่ใช้
ในอนุสัญญาฯ เป็นความผิดและมีบทก�าหนดโทษที่เหมาะสมกับความร้ายแรงของการกระท�าดังกล่าว การทบทวน
กฎเกณฑ์ ค�าสั่ง วิธีการหรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไต่สวน จับกุม คุมขังและจ�าคุกบุคคลเพื่อป้องกันการทรมาน
การด�าเนินการสืบสวนโดยพลันและปราศจากความล�าเอียงเมื่อมีมูลเหตุอันสมเหตุสมผลที่เชื่อได้ว่ามีการกระท�า
ทรมานเกิดขึ้น และการประกันว่าผู้ถูกกระท�าทรมานจะได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เป็นธรรม
ส่วนอนุสัญญา CPED มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับให้สูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
โดยได้ก�าหนดหลักการห้ามการบังคับบุคคลให้สูญหายและก�าหนดหน้าที่รัฐในการป้องกันและปราบปราม
การบังคับบุคคลให้สูญหายในท�านองเดียวกันกับอนุสัญญา CAT นอกจากนี้ ยังได้ก�าหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ
การควบคุมตัวบุคคลและก�าหนดสิทธิของเหยื่อที่ถูกบังคับให้สูญหายในการได้รู้ความจริงเกี่ยวกับรายละเอียด
และชะตากรรมของบุคคลผู้ถูกบังคับให้สูญหาย ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญานี้เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555
และอยู่ระหว่างการด�าเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาฯ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 28 รับรองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและ
ร่างกาย และบัญญัติห้ามการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม มาตรา
25 วรรคสี่ รับรองว่าบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพย่อมมีสิทธิได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐ
ตามที่กฎหมายบัญญัติ
คณะกรรมการประจ�าอนุสัญญา CAT มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อรายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ
ของประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2557 ในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงการเสนอว่า รัฐภาคีควรก�าหนดให้การทรมาน
ตามค�านิยามในอนุสัญญาฯ เป็นความผิดเฉพาะไว้ในกฎหมาย รวมทั้งระบุว่า ไม่มีพฤติการณ์พิเศษ ภาวะสงคราม
หรือสภาวะฉุกเฉินสาธารณะใดที่ยกขึ้นเป็นข้ออ้างส�าหรับการทรมาน ให้มีการสืบสวนการทรมานและการปฏิบัติ
โดยมิชอบต่อบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหารและต�ารวจทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และ
ในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศและมีการลงโทษผู้กระท�าผิดตามความร้ายแรงของการกระท�า ให้มีมาตรการคุ้มครอง
สิทธิของผู้ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐและประกันว่ามาตรการดังกล่าวได้รับการปฏิบัติจริง ให้มีการสืบสวน
เมื่อมีเหตุควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลถูกบังคับให้สูญหาย ให้มีการชี้แจงข้อมูลกรณีบุคคลถูกบังคับให้สูญหายที่อยู่ใน
การติดตามตรวจสอบของคณะท�างานเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหายของสหประชาชาติ รวมทั้งให้เร่งรัด
การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CPED
นอกจากนี้ คณะกรรมการประจ�ากติกา ICCPR มีข้อเสนอแนะต่อรายงานการปฏิบัติตามกติกา ICCPR
ของประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2560 ว่า รัฐภาคีควรสืบสวนโดยพลันและเป็นกลางกรณีมีรายงานหรือมีการ
ร้องเรียนว่ามีการกระท�าทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหาย ให้การเยียวยาแก่ผู้เสียหายและประกันว่าจะไม่มี
การกระท�าซ�้าอีก และแสดงความกังวลต่อความล่าช้าในการประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการกระท�าให้บุคคลสูญหาย

