Page 46 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 46

45                             รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





              งบประมาณในการให้ความช่วยเหลืออย่างเพียงพอ นอกจากนี้  ได้มีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้การคุ้มครองนักปกป้อง
              สิทธิมนุษยชนจากการถูกฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือโดยมุ่งหวังผลอย่างอื่น
              ยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้ อย่างไรก็ดี ยังมีรายงานว่ามีการฟ้องร้องชาวบ้านและบุคคลอื่นที่ด�าเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
              ซึ่งบางคดีศาลมีค�าพิพากษาแล้วและบางคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล รวมทั้งมีรายงานนักเคลื่อนไหว

              ทางการเมืองที่ถูกท�าร้ายซ�้าหลายครั้งโดยไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการด�าเนินคดีเท่าที่ควร

                    รัฐบาลได้มียกเลิกประกาศ คสช. เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลทหารตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
              ประจ�ากติกา ICCPR และให้มีการโอนคดีที่ยังค้างอยู่ในศาลทหารไปยังศาลยุติธรรมเพื่อพิจารณาต่อไป อย่างไรก็ดี
              ยังมีความล่าช้าในการโอนคดีซึ่งมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้ต้องหาในการที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยไม่ชักช้า
              โดยไม่มีเหตุอันควร ในปี 2562 รัฐบาลยังให้ความส�าคัญกับการแก้ปัญหาเรือนจ�าแออัดอย่างจริงจัง โดยมีการ

              ตั้งคณะกรรมการระดับสูงเพื่อขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวและมีการก�าหนดกรอบแนวทางที่ชัดเจน ซึ่ง กสม. หวังว่า
              จะมีการด�าเนินการที่น�าไปสู่การแก้ปัญหาที่เห็นผลเป็นรูปธรรมต่อไป ในเรื่องโทษประหารชีวิต พบว่า มีการก�าหนด
              โทษดังกล่าวในกฎหมายที่ตราขึ้นใหม่ในปี 2562 ซึ่งเป็นโทษส�าหรับอาชญากรรมร้ายแรงที่ท�าให้บุคคลเสียชีวิต
              ที่สอดคล้องกับข้อ 6 ของกติกา ICCPR และกฎหมายยังเปิดให้ศาลมีทางเลือกในการลงโทษสถานอื่นนอกเหนือจาก

              โทษประหารชีวิตได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางด�าเนินการไปสู่การเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม
              กสม. มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้

                    1. รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมควรพิจารณาปรับปรุงระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่เป็นอุปสรรคในการขอรับ
              ความช่วยเหลือทางการเงินของผู้เสียหายและจ�าเลยในคดีอาญาและความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมของ
              ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น

                    2. รัฐบาลควรคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ด�าเนินกิจกรรมด้วยแนวทางสันติวิธีจากการถูกข่มขู่คุกคาม

              หรือท�าร้าย รวมทั้งสอบสวนกรณีที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดสิทธิอย่างจริงจัง นอกจากนี้ รัฐไม่ควรด�าเนินคดี
              กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าและพื้นที่อนุรักษ์ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหา

                    3. หน่วยงานภาครัฐควรทบทวนการฟ้องร้องด�าเนินคดีต่อประชาชน เมื่อถูกกล่าวหา หน่วยงานดังกล่าว
              ควรใช้มาตรการอื่นเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่การฟ้องด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือความผิดฐานน�าเข้าข้อมูล
              อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และควรมีการน�ามาตรา 161/1 มาใช้ในชั้นศาลมากขึ้นเพื่อให้คดีที่มีแนวโน้ม

              ว่าจะเป็นการฟ้องเชิงยุทธศาสตร์สิ้นสุดโดยเร็ว 42                                                    บทที่
                                                                                                                  ๒
                    4. กระทรวงกลาโหมควรเร่งด�าเนินการตามค�าสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 9/2562 โดยโอนคดีที่ยังเหลืออยู่ที่ศาล

              ทหารไปยังศาลยุติธรรมให้เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยไม่ชักช้า

                    5. รัฐบาลควรทบทวนกฎหมายเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตส�าหรับความผิดที่ไม่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรม
              ร้ายแรงที่สุดเพื่อให้สอดคล้องกับข้อ 6 ของกติกา ICCPR





                                                                                                                   การประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง





                     42
                        จาก รายงานข้อเสนอแนะต่อการคุ้มครองผู้ใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อการมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะจากการ
              ถูกฟ้องคดี. งานเดิม.
   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51