Page 43 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 43

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand       42






              ว่าคดีส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกโอนย้ายส�านวนไปยังศาลพลเรือนจนเสร็จสิ้น ท�าให้ยังไม่สามารถเริ่มกระบวนการด�าเนินคดี
              ต่อไปได้อันส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ถูกด�าเนินคดีเนื่องจากจ�าเลยบางคนยังคงถูกคุมขังในเรือนจ�า หรือจ�าเลยหลายคน
                                                                              31
              อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลทหารมากว่า 5 ปี โดยศาลยังไม่มีค�าพิพากษา


                      2.1.4  ปัญหาเรือนจำาแออัด

                              ข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่ามีจ�านวนผู้ต้องขังในเรือนจ�า 367,993 คน จ�าแนกเป็นผู้ต้องขัง

              ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จ�านวน 29,406 คน ผู้ต้องขังอื่น (ผู้ต้องกักกัน กักขัง เยาวชนที่ฝากขัง และผู้ต้องขังระหว่าง
                                                                                    32
              ไต่สวนหรือสอบสวน) จ�านวน 29,991 คน และผู้ต้องขังเด็ดขาดจ�านวน 308,596 คน

                              เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 ส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติร่วมกับสถาบัน
              เพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนา เรื่อง “การลงโทษทางอาญากับหลักสิทธิมนุษยชน” ครั้งที่ 2 ที่โรงแรม
              เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ซึ่งมีการอภิปรายเรื่องปัญหาความแออัดในเรือนจ�าว่า ปัจจุบัน

              มีผู้ต้องขังประมาณ 360,000 คน ในขณะที่เรือนจ�าทั้งหมดในประเทศไทยมีความสามารถรองรับผู้ต้องขังได้ประมาณ
              120,000 คนเท่านั้น จึงมีผู้ต้องขังเกินกว่าความจุของเรือนจ�ามากถึง 3 เท่า ร้อยละ 70 - 80 เป็นผู้ต้องขังในคดีเกี่ยวกับ
              ยาเสพติด และอีกร้อยละ 20 เป็นผู้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งไม่ควรอยู่ในเรือนจ�า ปัญหาความแออัดได้ส่งผล
              ต่อการดูแลผู้ต้องขังและท�าให้การบ�าบัดฟื้นฟูอุปนิสัยเพื่อให้สามารถกลับมาด�าเนินชีวิตใหม่ที่ดีเป็นไปได้ยาก จ�าเป็นต้อง

              มีการปรับทัศนคติว่าผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วย และควรมีการน�ามาตรการทางปกครองมาใช้แทนโทษอาญา รวมทั้งอาจ
              มีการน�ามาตรการอื่น ๆ มาใช้เพื่อลดคดีที่เข้าสู่ศาล เช่น การไกล่เกลี่ย รวมถึงการมีมาตรการลงโทษแทนการจ�าคุก
              ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งนี้ ปัญหาผู้ต้องขังในเรือนจ�าได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรมหรือต้องอาศัยอยู่ในสภาพเรือนจ�า
              แออัด ไม่มีสุขอนามัย เป็นหนึ่งในประเด็นด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

                              กระทรวงยุติธรรมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการก�าหนดแนวทางการลดความแออัดของผู้ต้องขัง

              ในเรือนจ�าเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาความแออัดในเรือนจ�าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และก�าหนดแนวทาง
              บูรณาการการส่งต่อการด�าเนินงานไปยังกลไกหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดระบบที่มีความเชื่อมโยงในการ
              แก้ปัญหาดังกล่าวคณะกรรมการฯ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ได้มีการประชุมครั้งแรกเมื่อ
              วันที่ 29 ตุลาคม 2562 และได้พิจารณาก�าหนดแนวทางแก้ไขปัญหา 5 กรอบแนวทาง ได้แก่ 1) ด้านกฎหมาย
              2) ด้านการพักโทษ ลดโทษและการใช้เครื่องมือติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์หรือก�าไลอีเอ็ม (electronic monitoring: EM)

              3) ด้านอาชีพและการสร้างเรือนจ�ารูปแบบใหม่ 4) การบ�าบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด และ 5) การป้องกัน
              ยาเสพติด

                              ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาความแออัด
              ในเรือนจ�าในหลายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักโทษในคดียาเสพติดที่มีมากถึงร้อยละ 70 - 80 ของผู้ต้องขังทั้งหมด









                     31
                        จาก ปัญหาการโอนย้ายคดีพลเรือนจากศาลทหาร : จากความยาวนานไม่สิ้นสุดสู่ภาวะสุญญากาศ, โดย ศูนย์ทนายความ
              เพื่อสิทธิมนุษยชน, 2562. สืบค้นจาก https://www.tlhr2014.com/?p=14083
                     32
                        จาก รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ สำารวจ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒, โดย กรมราชทัณฑ์. สืบค้นเมื่อ
              วันที่ 31 ธันวาคม 2562, จาก http://www.correct.go.th/rt103pdf/report_result.php?date=2019-12-31&report=
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48