Page 151 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 151

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
            National Human Rights Commission of Thailand      150






                              เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ได้มีการท�าบันทึกความเข้าใจเรื่อง การก�าหนดมาตรการและแนวทาง
              แทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ 337  ระหว่างส่วนราชการ 7 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการ
              ต่างประเทศ ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย
              กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน มีสาระส�าคัญคือจะไม่มีการกักตัวเด็กอพยพโยกย้าย

              ถิ่นฐานที่อายุต�่ากว่า 18 ปีในสถานกักตัวของส�านักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยจะจัดให้เด็กอยู่ในความดูแลของกระทรวง
              การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขององค์การพัฒนาเอกชน หรือขององค์กรภาคประชาสังคม การด�าเนินการ
              ดังกล่าวเป็นไปเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กตามแนวทางของ UNHCR เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า การคุมขังเด็กส่งผลกระทบ
              ต่อสุขภาพและพัฒนาการของเด็ก ท�าให้เด็กตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการถูกกระท�ารุนแรง รวมทั้งเป็นการปฏิบัติ

              ที่ไม่สอดคล้องกับอนุสัญญา CRC ที่ให้รัฐภาคีต้องค�านึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กในการกระท�าและการตัดสินใจใด ๆ
              ที่มีผลกระทบต่อเด็ก 338

                              นอกจากการด�าเนินการดังกล่าวข้างต้น ประเทศไทยยังได้มีความพยายามที่จะแสวงหาความร่วมมือ
              จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในการแก้ปัญหาผู้แสวงหาที่พักพิงชาวโรฮีนจา โดยในปี 2562 ประเทศไทยในฐานะ
              ประธานอาเซียน ได้จัดการหารือระดับภูมิภาคและการด�าเนินงานที่ส�าคัญ เช่น การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน

              อย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN Foreign Minister Retreat) เมื่อเดือนมกราคม 2562 ได้สนับสนุนให้มีการเพิ่มบทบาท
              ที่ชัดเจนของอาเซียนให้มากขึ้นในการแก้ไขปัญหาในรัฐยะไข่ 339  และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 กระทรวงการต่างประเทศ
              ได้มีค�าสั่งแต่งตั้งคณะท�างานขับเคลื่อนการน�าข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัยและข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการ
              โยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัยเป็นระเบียบและปกติไปปฏิบัติ เพื่อให้สอดรับกับพัฒนาการในการรับรองข้อตกลงระหว่าง

              ประเทศว่าด้วยผู้ลี้ภัย (Global Compact on Refugees: GCR) 340  และข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้าย















                    337
                         จาก พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การกำาหนดมาตรการและแนวทางแทนการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัว
              คนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ, โดย กระทรวงการต่างประเทศ, 2562. สืบค้นจาก http://www.mfa.go.th/main/th/
              news3/6886/98779-พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ-เรื่อง-การก�าหนดมาตรการแล.html
                    338
                         From UNHCR’s position regarding the detention of refugee and migrant children in the migration
              context, by United Nations High Commissioner for Refugees, 2017. Retrieved from https://www.unhcr.org/
              protection/detention/58a458eb4/unhcrs-position-regarding-detention-refugeemigrant-children-migration.html
                    339
                         จาก “ไทยกับการเป็นประธานอาเซียน: ความสำาเร็จและความท้าทาย” โดย กองบรรณาธิการจุลสารจับตาอาเซียน, 2562,
              ASEAN Watch จุลสาร “จับตาอาเซียน”, 8(2), น. 36. ลิขสิทธิ์ 2562 โดย โครงการ “จับตาอาเซียน” (ASEAN Watch).
                    340
                         เป็นเอกสารที่ได้รับการรับรองโดยมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 (ข้อมติที่ 73/151)
              เพื่อให้ประชาคมระหว่างประเทศสามารถรับมือกับการเคลื่อนย้ายของผู้ลี้ภัยจ�านวนมากและการดูแลผู้ลี้ภัยในสถานการณ์ที่ยืดเยื้อ
              โดยมีเป้าหมายหลักในการด�าเนินการ 4 ประการคือ การลดแรงกดดันต่อประเทศที่รับดูแลผู้ลี้ภัย การสนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยพึ่งพาตนเองได้
              การส่งเสริมการเข้าถึงการแก้ปัญหาในประเทศที่สาม และการสนับสนุนสภาพในประเทศต้นทางเพื่อให้ผู้ลี้ภัยเดินทางกลับได้
              อย่างปลอดภัย. From The Global Compact on Refugees, by UNHCR : The UN Refugee Agency. 2018, Retrieved from
              https://www.unhcr.org/the-global-compact-on-refugees.html
   146   147   148   149   150   151   152   153   154   155   156