Page 22 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 22
80,219 ล้านบาท (หรือประมาณ 68,491 ล้านบาท หากตัดผลของเงินเฟ้อออก โดยการคำนวณมูลค่าฯ ด้วย
ราคาเฉลี่ย ช่วง ปี 2547-49) โดยไม่ว่าจะคำนวณด้วยวิธีใด จะพบว่าอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยถือเป็น
อุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมปศุสัตว์อื่นๆ และอุตสาหกรรมสัตว์ปีกมีการเติบโต
ขึ้นต่อเนื่อง เว้นเพียงช่วงปี 2547 ที่เกิดการระบาดของไข้หวัดนกทำให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของ
อุตสาหกรรมหดตัวลดลงมาก
นอกจากจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ในระดับที่สูง อุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยยังเป็น
อุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างการเติบโตในภาคเกษตรของไทย โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2540 (หลัง
วิกฤติเศรษฐกิจเป็นต้นมา) มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตรไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีเพียงร้อยละ
10
1.8 ขณะที่รายได้จากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 3.29 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ
สามประการ คือ
1. ปริมาณความต้องการบริโภคสัตว์ปีกของไทยและของโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. ความสามารถในการขยายการผลิตสินค้าสัตว์ปีกของไทย
3. ความสามารถในการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของไทยไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ รายงานฉบับนี้จะแสดงรายละเอียดของแต่ละประเด็น ในหัวข้อต่อๆ ไป
รูปที่ 3 ปริมาณการผลิต การบริโภคภายในประเทศและการส่งออกสัตว์ปีกของไทย
อัตราเติบโตเฉลี่ย 1976-80 1980-90 90-2000 2000-10 2010-17 1976-2017
ปริมาณการผลิต 2.2% 6.6% 5.6% 1.3% 4.2% 4.6%
ปริมาณการบริโภค 1.7% 4.6% 4.3% 0.4% 4.2% 3.3%
ปริมาณการส่งออก 25.2% 22.4% 9.4% 2.9% 4.6% 16.3%
% ปริมาณการส่งออก
22.5% 14.8% 3.6% 1.7% 0.5% 11.2%
ต่อ ปริมาณการผลิต
ที่มา: คณะผู้วิจัยประมวลข้อมูลจาก FAO STAT (2018)
10 คำนวณโดยใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยเรขาคณิต (Geometric Mean)
โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก หน้าที่ 19 | 180

