Page 20 - รายงานฉบับสมบูรณ์ (ฉบับย่อ) โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก
P. 20

ส่วนที่ 2 อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

               โจทย์หลัก: ทำไมการปกป้องสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทยจึงเป็นความท้าทาย?


                   3.  พัฒนาการและโครงสร้างอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทย

                       ในหัวข้อนี้ คณะผู้วิจัยจะนำเสนอข้อมูลและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย โดยจะ

               อธิบายถึงประวัติศาสตร์การพัฒนา ลักษณะโครงสร้างการผลิต และความท้าทายของอุตสาหกรรมฯ ในการ
               ปกป้องสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยมีลักษณะเฉพาะและ

               ข้อจำกัดหลายประการที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ  เพื่อให้ความพยายามในการขับเคลื่อนการ

               ปกป้องสิทธิมนุษยชนในอุตสาหกรรมฯ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมประสบความสำเร็จ
               ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายจำเป็นต้องเข้าใจลักษณะและข้อจำกัดต่างๆ ของอุตสาหกรรมนี้


                       3.1    การพัฒนาของอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทย

                              1) อุตสาหกรรมสัตว์ปีก: แหล่งรายได้สำคัญของภาคการเกษตรไทย

                              อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมอาหารที่สำคัญอุตสาหกรรมหนึ่งของประเทศไทยมา

               อย่างยาวนาน จากข้อมูลประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภาคเกษตรของสำนักงานสภา
               พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ หรือ สศช.) พบว่าในปี 2559 อุตสาหกรรมสัตว์ปีก

               ก่อให้เกิดรายได้แก่ประเทศเป็นมูลค่าสูงถึง 40,743.8 ล้านบาท (หรือประมาณ 32,300.95 ล้านบาท หากตัด

               ผลของเงินเฟ้อออก โดยการคำนวณมูลค่าฯ ด้วยราคา ณ ปี 2545)  ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของไทยเป็น
               อุตสาหกรรมปศุสัตว์ที่ใหญ่ที่สุด สร้างรายได้คิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของ GDP ภาคปศุสัตว์ (หรือ

                                                          9
               ประมาณร้อยละ 5.4 ของ GDP ภาคเกษตรของไทย)
                              สินค้าหลักที่สร้างรายได้ในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกในปี 2559 มาจากผลผลิตไก่เนื้อสูงถึงร้อยละ
               73.6 และ ไข่ไก่ร้อยละ 17.2 (รวมมูลค่าผลิตภัณฑ์จากไก่เนื้อและไก่ไข่ คิดเป็นร้อยละ 90.8 ของมูลค่า

               ผลิตภัณฑ์รวมในอุตสาหกรรมฯ) ขณะที่ เป็ดเนื้อ ไข่เป็ดและสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ สร้างรายได้ให้กับอุตสาหกรรม

               สัตว์ปีกเพียงร้อยละ 1.5 ร้อยละ 7.4 และร้อยละ 0.2 ตามลำดับ









               9  มากกว่าสุกร ที่มีมูลค่าประมาณร้อยละ 31.3 ของ GDP ภาคปศุสัตว์  และโคกระบือ ที่หากรวมมูลค่าของน้ำนม จะมีมูลค่า
                 ประมาณร้อยละ 21.4 ของ GDP ภาคปศุสัตว์

               โครงการแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย:
               กรณีแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมสัตว์ปีก                                        หน้าที่ 17 | 180
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25