Page 28 - รายงานศึกษาวิจัยการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
P. 28
3) ระบุประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำาคัญของบริษัท วิธีหนึ่งคือ การจัดการกับ
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทั้งองค์กร เช่น บริษัท
ไอซีทีแห่งหนึ่งอาจจะให้ความสำาคัญกับสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพ
ในการแสดงออก ขณะที่โรงงานย้อมผ้าให้ความสนใจกับผลกระทบเกี่ยวกับ
การจ้างงานเป็นพิเศษ รวมทั้งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนจากการสร้างผลกระทบ
ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยน้ำาเสีย และการใช้น้ำา
4) ทำางานร่วมกับบุคลากรฝ่ายต่างๆ เช่น ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กฎหมาย จัดซื้อ
ความปลอดภัย ในกระบวนการสร้างความเข้าใจ ความรู้และทักษะ และมี
วัตถุประสงค์ร่วมกัน การทำางานภายในบริษัทเป็นโอกาสของการแปลภาษา
ที่เป็นนามธรรมของแนวคิดสิทธิมนุษยชนไปสู่ภาษาของธุรกิจ เพื่อทำาให้
บุคลากรภายในบริษัทเข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการดำาเนินธุรกิจของบริษัท
5) ปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุความคาดหวังและ
ผลตอบรับจากพวกเขา (UN Global Compact and OHCHR, 2011) การทำางาน
ร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกจะช่วยให้รู้ว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบจากการ
ดำาเนินธุรกิจของบริษัทและกิจกรรมใดส่งผลต่อพวกเขา ขณะเดียวกัน ก็ทำาให้
บริษัทรู้ว่าประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำาคัญของตนเองคืออะไร
6) นโยบายควรใช้ภาษาที่เฉพาะเจาะจงในประเด็นหลักที่ต้องการสื่อสาร และ
อธิบายชัดเจนว่าบริษัทจะดำาเนินการอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร
7) การอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูง
8) การสื่อสารนโยบาย ควรสื่อสารนโยบายไปยังพนักงานที่เกี่ยวข้องและคู่ค้า
ภายนอก รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทควรจะพิจารณาว่าการเผยแพร่ด้วย
วิธีการใดจะเหมาะสมกับผู้มีส่วนได้เสียมากที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีบางประเด็นที่ควรพิจารณาได้แก่ การปรับปรุงนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เช่น
บริษัทข้ามชาติต้องมีนโยบายที่สอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัทและกฎหมายของแต่ละประเทศ ต้องแปลนโยบายให้
เป็นภาษาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจะขัดต่อนโยบายทั่วไปของบริษัท ตัวอย่างเช่น ในบางวัฒนธรรมการให้สินบน
เป็นเรื่องปกติ แต่ผิดหลักการระหว่างประเทศ
อีกประเด็นหนึ่งที่สำาคัญคือ การตรวจสอบว่ามีการนำานโยบายไปใช้จริงและการติดตามผล ควรมอบหมายให้กับ
บุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามว่านโยบายได้รับการนำาไปใช้หรือไม่ ทรัพยากรต่างๆ ของบริษัทเพียงพอต่อ
การบูรณาการนโยบาย มีการติดตามผลและมีการทบทวนนโยบายเป็นประจำา แม้กระทั่งนโยบายที่ชัดเจนที่สุดก็ต้อง
มีการตีความ เจ้าของนโยบายควรเน้นจุดสำาคัญในการดำาเนินการกับประเด็นสิทธิมนุษยชน และควรมีช่องทางเข้าถึง
ผู้เชี่ยวชาญทั้งระดับท้องถิ่นและระดับนานาชาติ
26

