Page 68 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 68
ประสิทธิผลเป็นที่น่าพึงพอใจ หรือมีอุปสรรคประการใดหรือไม่
- ศึกษาความสอดคล้องระหว่างสิทธิในสิ่งแวดล้อมกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้
มีความสอดคล้องกัน รวมทั้งแนวทางในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมกับส�านักงาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การน�าไปใช้ประโยชน์
น�าไปใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการจัดท�าข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย น�าไปเผยแพร่ใน
ห้องสมุด/ผ่านทางเว็บไซต์
(๒) การศึกษาวิจำัยเรื่อง “มาตรฐานสากลในการด�เนินธุรกิจำเพื่อการเคารพสิทธิมนุษยชน”
ผู้ศึกษาวิจัย : สถาบันวิจัยและให้ค�าปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (นางสาวสฤณี อาชวนันทกุล)
สาระส�าคัญของการศึกษาวิจัย
โครงการศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา รวบรวม
และวิเคราะห์มาตรฐานสากลในการด�าเนินธุรกิจเพื่อการเคารพ
สิทธิมนุษยชน ผลการศึกษาวิจัย พบว่า แนวปฏิบัติส�าหรับธุรกิจ
ซึ่งได้ก�าหนดมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และ
เป็นหลักการที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและองค์กรธุรกิจใน
หลายประเทศทั่วโลก จ�านวน ๘ มาตรฐาน ได้แก่ (๑) ข้อตกลงโลก ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
แห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) (๒) หลักการชี้แนะ
ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding
Principles on Business and Human Rights) เริ่มใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔
โดยส�านักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
(Office of the United Nations High Commissioner for Human
Rights – OHCHR) (๓) หลักการก�ากับกิจการที่ดีขององค์การเพื่อ บทที่
๓
ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Principles of
Corporate Governance) (๔) แนวปฏิบัติส�าหรับบรรษัทข้ามชาติ
ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD
Guidelines for Multinational Enterprises) (๕) มาตรฐานการเปิดเผย
ข้อมูลของ Global Reporting Initiative (GRI) (๖) การประเมินการส่งเสริมสถานประกอบการสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม
อย่างยั่งยืน (Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Works: CSR-DIW) ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม (๗) มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ยั่งยืน (Standards on Environmental and Social
Sustainability) ของบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (International Finance Corporation - IFC) และ (๘) ตัวชี้วัดด้าน
สิทธิมนุษยชนส�าหรับภาคธุรกิจ (Human Rights Indicators for Business) จัดท�าโดยสถาบันสิทธิมนุษยชนเดนมาร์ก
ซึ่งทั้ง ๘ มาตรฐานมีลักษณะร่วมกันคือ เป็นมาตรฐานโดยสมัครใจ ขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
การประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน รวมถึงตัวชี้วัดที่มีเนื้อหาแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับบทบาทขององค์กรที่ก�าหนด
มาตรฐาน และความเป็นมาของมาตรฐานดังกล่าว
อุปสรรคส�าคัญของการใช้มาตรฐานในบริบทไทย ได้แก่ การขาดความรู้ความเข้าใจของบริษัทหลายแห่งในความ
ส�าคัญของการวางระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่มีประสิทธิผล และการขาดการบูรณาการกระบวนการตรวจสอบด้าน
สิทธิมนุษยชนเข้ากับระบบประเมินความเสี่ยงของบริษัท ส่วนข้อจ�ากัดส�าคัญของมาตรฐานทั้ง ๘ มาตรฐานที่ศึกษาในงานวิจัย
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 59 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

