Page 53 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 53
อีกแขนงหนึ่ง ทั้งยังสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการประกอบอาชีพ โดยไม่กระทบกับวิถีชีวิต
ความเป็นอยู่ของผู้คน หรือไปละเมิดสิทธิในทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย อาชีพ ตลอดจนสิทธิทางวัฒนธรรมอีกด้วย
(๓) ความเร่งด่วนของเรื่อง
เห็นสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณารายงานดังกล่าว เพื่อให้พิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด�าเนินการตามข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
(๔) สาระส�าคัญของเรื่อง
(๔.๑) สภาพปัญหา
ด้วยเหตุที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งวัฒนธรรมและวิถีการด�ารงชีวิตของ
ผู้คนอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ก่อให้เกิดการพัฒนาเมืองใหม่ที่ไม่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ มีการเปลี่ยนแปลงในทางกายภาพ
ของอาคารสิ่งปลูกสร้าง และความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่นั้น ๆ ท�าให้มีผลกระทบอย่างมีนัยส�าคัญต่อคุณค่าและเอกลักษณ์
ของย่านเก่าหรือชุมชนดั้งเดิมซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความส�าคัญทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติ โดยจะเห็นได้จาก
รูปแบบของอาคารบ้านเรือนที่มีการดัดแปลงต่อเติมหรือก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบที่ดูทันสมัยแต่ไม่กลมกลืนกับสิ่งปลูกสร้าง
เดิม การเปลี่ยนแปลงวิถีการด�ารงชีวิตและลักษณะเฉพาะของชุมชนดั้งเดิมที่เริ่มจะจางหายไป อาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่
อันทรงคุณค่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของย่านเก่าที่ไม่ได้รับการอนุรักษ์ ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม หรือถูกรื้อทิ้งไปและถูกแทนที่
ด้วยอาคารหรือสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ โดยที่ในปัจจุบันไม่มีกฎหมายเพื่อใช้ส�าหรับปกป้องดูแลหรืออนุรักษ์พื้นที่ซึ่งเป็นย่านเก่า
ที่เป็นองค์รวม ขณะนี้มีกฎหมายส�าคัญที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๖ ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลป
วัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๓๕ และระเบียบส�านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่า พ.ศ. ๒๕๔๖ โดย
กฎหมายแต่ละฉบับก็จะมีเจตนารมณ์ที่แตกต่างกัน ไม่มีกฎหมายฉบับใดใช้บังคับได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ละฉบับมีข้อ
จ�ากัดหรือจุดอ่อนในตัวเองที่ต้องอาศัยกฎหมายฉบับอื่นเข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีการวางแผนเพื่อ
การพัฒนาพื้นที่โดยไม่ยึดโยงหรือให้ความส�าคัญกับการอนุรักษ์ย่านเก่า และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ราชการ
ส่วนกลางและราชการส่วนท้องถิ่นท�างานไม่ประสานสอดคล้องกันและขาดการบูรณาการระหว่างกัน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง
สภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ท�าให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น มีการเข้ามาของกลุ่มทุน หรือการพัฒนาพื้นที่โดยเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
ท�าให้ระบบชุมชนเดิมไม่สามารถด�ารงอยู่ได้ มีการรื้อย้ายย่านเก่าที่เป็นอารยธรรมออกไป (Gentrification) แม้ภาคประชา
สังคมและภาควิชาการ มีการร่วมมือกันเพื่อการคุ้มครองและอนุรักษ์ย่านเก่า แต่ไม่มีช่องทางหรืออ�านาจในการขับเคลื่อนให้
เป็นรูปธรรม จึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากภาครัฐซึ่งค่อนข้างยากที่จะประสบความส�าเร็จ เนื่องจากมีข้อจ�ากัดหลายประการ
เช่น ข้อจ�ากัดด้านกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน ข้อจ�ากัดด้านงบประมาณ เป็นต้น ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการตรา
กฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ย่านเก่าที่แยกออกมาจากกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถาน โดยให้ความส�าคัญหรือ
กระจายอ�านาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือชุมชนในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น ประเทศอังกฤษ
มีกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถานและพื้นที่ทางโบราณคดี ส่วนการอนุรักษ์อาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม
ที่ส่วนใหญ่ยังมีคนอาศัยอยู่หรือใช้ประโยชน์ จะอาศัยกฎหมายผังเมือง โดยมีการขึ้นบัญชีอาคารส�าคัญและพื้นที่อนุรักษ์
ซึ่งมีการถ่ายโอนอ�านาจให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ด�าเนินการ ประเทศสหรัฐอเมริกามีกฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถาน
เมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๖ (๒๔๔๙) แต่จ�ากัดเฉพาะที่รัฐมีกรรมสิทธิ์ ต่อมาปี ค.ศ. ๑๙๖๖ (๒๕๐๙) มีกฎหมายอนุรักษ์ประวัติศาสตร์
ชาติ ท�าให้สามารถประกาศย่านประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการถ่ายโอนอ�านาจให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ด�าเนินการ ญี่ปุ่นมีการบูรณาการ
กฎหมายเกี่ยวกับการอนุรักษ์ไว้ในฉบับเดียวกัน เรียกว่ากฎหมายอนุรักษ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภททั้ง
ที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ มีการขึ้นทะเบียนย่านอนุรักษ์โดยรัฐบาลท้องถิ่นด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นต้น
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 44 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

