Page 36 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 36
สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิพลเมือง สิทธิในกระบวนการทางปกครอง และสิทธิสตรี ประเภทสิทธิละ ๒ รายงาน คิด
เป็นร้อยละ ๑๔.๒๙ สิทธิของผู้บริโภค และสิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ประเภทสิทธิละ ๑ รายงาน คิดเป็นร้อยละ ๗.๑๔
รายละเอียดตามแผนภาพที่ ๑๐
แผนภาพที่ ๑๐ การติดตามการด�าเนินการตามข้อเสนอแนะนโยบาย ก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จ�าแนกตามประเภทสิทธิ
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ๔ รายงาน
สิทธิและเสรีภาพสวนบุคคล ๒ รายงาน
สิทธิพลเมือง ๒ รายงาน
สิทธิในกระบวนการทางปกครอง ๒ รายงาน
สิทธิสตรี ๒ รายงาน
สิทธิของผูบริโภค ๑ รายงาน รวม ๑๔ รายงาน
สิทธิและเสรีภาพในการศึกษา ๑ รายงาน
๐ ๑ ๒ ๓ ๔
จากผลการด�าเนินการติดตามผลการด�าเนินการตามข้อเสนอแนะนโยบายก่อนปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ จ�านวน ๑๔
รายงานข้างต้น พบว่า เป็นกรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานได้ด�าเนินการตามข้อเสนอแนะนโยบายปัญหาทั้งหมดหรือบางส่วน
หรือได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือรับทราบ หรือแจ้งข้อพิจารณาเกี่ยวกับข้อเสนอแนะนโยบายให้คณะกรรมการ ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับทราบแล้วทั้งหมด ซึ่งมีกรณีที่น่าสนใจ อาทิ
รายงานฯ ที่ ๑๕๙/๒๕๕๘ เรื่องเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติตาม
ความเชื่อ กรณีกล่าวอ้างว่าเรือนจำ�กลางจำังหวัดสงขลาให้ผู้ต้องขังที่นับถือศาสนาอิสลามไปขจำัดสิ่งปฏิกูล
จำากเศษอาหารที่ท�จำากเนื้อสุกร
บทที่
๓
ประเด็นค�าร้อง
ผู้ร้องร้องเรียนต่อ กสม. ว่า ผู้ต้องขังคดีความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลาม ได้รับมอบหมาย
จากเจ้าหน้าที่เรือนจ�าให้ไปขจัดสิ่งปฏิกูลจากเศษอาหารที่ท�าจากเนื้อสุกร ซึ่งตามหลักศาสนาอิสลามนั้นเนื้อสุกรเป็นสิ่งต้องห้าม
ไม่ว่าจับต้องหรือรับประทาน ค�าสั่งดังกล่าวจึงสร้างความล�าบากใจให้กับผู้ต้องขังที่เป็นชาวมุสลิมอย่างมาก จึงได้ร้องขอไปท�างาน
อย่างอื่นนอกเหนือจากงานดังกล่าว แต่ไม่ได้รับอนุญาต จนน�าไปสู่การบังคับ ขู่เข็ญ ท�าร้ายร่างกาย และใช้ถ้อยค�าที่ไม่สุภาพกับ
ผู้ต้องขัง ผู้ร้องจึงร้องเรียนเพื่อขอให้ตรวจสอบ
การด�าเนินการของ กสม.
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า เสรีภาพในการนับถือศาสนาเป็นเสรีภาพ
บริบูรณ์ของบุคคลที่ถูกจ�ากัดมิได้ โดยที่บุคคลมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม
ศาสนบัญญัติและปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อการปฏิบัติดังกล่าว
ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่พลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยไม่จ�ากัดว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในสถานที่หรือ
สถานะใด แม้ว่าจะอยู่ในเรือนจ�าและเป็นผู้ต้องขังก็ตาม ซึ่งควรมีเสรีภาพตามที่กล่าว
โดยเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมจะต้องยึดหลักการพื้นฐานในการเคารพต่อการนับถือศาสนา ความเชื่อของบุคคลเกี่ยวกับเรื่องนี้
และการปฏิบัติศาสนกิจของผู้ต้องขัง จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อกรมราชทัณฑ์ ดังนี้
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 27 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

