Page 29 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 29
จากการติดตามผลการด�าเนินการตามมาตรการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีบุคคลหรือหน่วยงานที่
เกี่ยวข้องได้ด�าเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาทั้งหมดหรือบางส่วนที่เป็นประเด็นสาระส�าคัญในการบรรเทาปัญหา
มีกรณีที่น่าสนใจ อาทิ
รายงานฯ ที่ ๒๓๗ - ๒๓๘/๒๕๕๘ เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีคัดค้านกรมประมงนิรโทษกรรมเรืออวนลาก
ประเด็นค�ร้อง
ผู้ร้องร้องเรียนว่า กรมประมงได้เตรียมที่จะเสนอคณะ
รัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติให้มีนิรโทษกรรมเรือประมงอวนลากเถื่อน
ทั่วประเทศจ�านวน ๒,๑๐๗ ล�า ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สหภาพ
ยุโรปได้ออกกฎระเบียบเกี่ยวกับการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการ
ท�าประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU)
โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา โดย
มีวัตถุประสงค์ที่ส�าคัญ คือ สหภาพยุโรปจะไม่รับซื้อสินค้าประมง
ที่มาจากการท�าประมงอวนลากดังกล่าวนั้น ย่อมจะส่งผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและอาชีพประมงพื้นบ้าน
การด�าเนินการของ กสม.
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่กรมประมงด�าเนินการให้มีการเปิดให้ขออาชญาบัตรเรือประมงอวนลาก เป็นการ
ออกกฎหมายหรือนโยบายที่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ซึ่งอาจกระทบต่อประโยชน์ของประชาชน
ที่ต้องประกอบอาชีพทางทะเล ทั้งประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ และในกระบวนการพิจารณาด�าเนินการนั้นไม่ได้เปิดให้
ประชาชนหรือชุมชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้าร่วมในการพิจารณาด้วย โดยพบว่าในคณะท�างานพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา
การขออาชญาบัตรท�าประมงมีเพียงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของรัฐและตัวแทนจากผู้ท�าประมงพาณิชย์เท่านั้นที่อยู่ในคณะ
ท�างาน ในขณะที่ตัวแทนกลุ่มผู้ท�าประมงพื้นบ้านกลับไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเท่าที่ควร กสม. มีมติก�าหนดมาตรการการแก้ไข
ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้
มาตรการการแก้ไขปัญหา
ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนค�าสั่งที่ ๓๖๕/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งคณะท�างานพิจารณาแนวทางการแก้ไข
ปัญหาการขออาชญาบัตรท�าการประมง โดยเฉพาะที่มาของคณะท�างานนอกจากจะประกอบด้วย หน่วยงานของรัฐ และ
ตัวแทนประมงพาณิชย์แล้ว ยังต้องเปิดโอกาสให้ตัวแทนจากภาคประชาชน ตัวแทนประมงพื้นบ้าน นักวิชาการประมง องค์กร
พัฒนาเอกชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในคณะท�างานอย่างเต็มที่ และควรทบทวนความเห็นของคณะท�างานฯ ที่ได้เคยมี
ความเห็นไปแล้ว ทั้งนี้ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด�าเนินการโดยเร็ว
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
(๑) กรมประมงควรศึกษาข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริง รวมถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่อย่างรอบด้าน
เพื่อรวบรวมเป็นองค์ความรู้หรืองานวิจัยเชิงวิชาการ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการออกกฎหมายหรือวางแนวนโยบายที่จะน�ามาใช้บังคับ
ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและควบคุมกิจการประมงทะเล
(๒) ในการออกกฎหมายหรือด�าเนินนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและประโยชน์ส่วนรวมต้อง
ด�าเนินการให้ประชาชนมีส่วนร่วม กรมประมงควรจัดเวทีชี้แจงข้อมูลและเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ
และให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยกรมประมงต้องน�าความคิดเห็นที่ได้มาประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจ
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 20 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

