Page 30 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 30
เกี่ยวกับการเปิดให้มีการขออาชญาบัตรเรือประมงอวนลากและการจัดท�ารูปแบบที่เหมาะสม
(๓) กรมประมงควรจะกระจายอ�านาจสู่ชุมชนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม
ในการตรวจสอบการท�าประมงผิดกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันกรมประมงไม่สามารถควบคุมและตรวจสอบการท�าประมงผิด
กฎหมายได้อย่างทั่วถึง
(๔) กรมประมงควรน�ามาตรการที่เป็นเงื่อนไขในการออกอาชญาบัตรแก่เรือประมงอวนลากทั้ง ๑๑ ข้อ ไปบังคับ
ใช้กับเรือประมงอวนลากที่มีอาชญาบัตรถูกกฎหมายอยู่แล้วอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุก
ภาคส่วนว่าการเปิดให้ขออาชญาบัตรแก่เรือประมงอวนลากที่ผิดกฎหมายนั้นจะไม่เป็นการท�าลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล
และไม่สร้างผลกระทบแก่ประมงพื้นบ้าน
ผลการด�าเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๑) กรมประมง ได้มีหนังสือที่ กษ ๐๕๑๐.๒/๕๓๑๙ ลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ แจ้งว่า
(๑.๑) ค�าสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๓๖๕/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ ตามที่ กสม. ขอให้ทบทวน
ค�าสั่งดังกล่าวนั้น แม้ว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าวเห็นควรให้จดทะเบียนเรืออวนลากเพิ่มเติม ๒,๑๐๗ ล�า โดยมี
กรอบเงื่อนไข ๑๑ ข้อก็ตาม แต่โดยข้อเท็จจริงนั้นคณะรัฐมนตรียังมิได้พิจารณาตามข้อเสนอดังกล่าว ประกอบกับในระหว่าง
เสนอคณะรัฐมนตรีมีหลายฝ่ายท้วงติง ส�านักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงส่งเรื่องคืนให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา
หาข้อยุติเรื่องอีกครั้ง ทั้งนี้ กรมประมงได้แจ้งเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมประมงเปิดรับฟัง
ความคิดเห็นของทุกฝ่ายให้รอบด้าน ซึ่งที่ผ่านมา กรมประมงได้จัดเวทีในการแลกเปลี่ยนและรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วน
ได้เสียในหลายครั้งตลอดมาถึงปัจจุบัน และกรณีดังกล่าวไม่ได้เสนอผ่อนผันให้มีการจดทะเบียนเรืออวนลากเพิ่มเติมเข้ามาสู่ ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
(๑.๒) การท�าประมงทั้งของกองเรือไทยและเรือต่างประเทศที่น�าสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรไทย รัฐบาลได้ให้
ความส�าคัญและก�าหนดเป็นวาระแห่งชาติตามค�าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๙ เมษายน
๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการท�าการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ก�าหนดให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการ
แก้ไขปัญหาการท�าประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บัญชาการแก้ไขปัญหาการท�าการผิดกฎหมาย
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการด�าเนินการแก้ไขการท�าประมงของประเทศไทยให้สอดรับกับมาตรฐานสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บทที่
๓
ในทุกมิติเพื่อให้ชาวประมงมีความมั่นคงในอาชีพ ภายใต้ความสมดุลและยั่งยืนของทรัพยากรประมงทะเลต่อไป
(๒) ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการท�าประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ได้ด�าเนินการดังนี้
(๒.๑) จัดประชุมการศึกษากฎหมายข้อมูลทางวิชาการ ข้อเท็จจริงรวมถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่
เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการออกกฎหมายหรือวางแนวนโยบายที่จะน�ามาใช้บังคับในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล
และควบคุมกิจการประมงทะเล ตัวอย่างจากมติในการประชุมการติดตามผลการด�าเนินการของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหา
การท�าประมงผิดกฎหมาย เช่น การจัดการประชุมติดตามผลด�าเนินการครั้งที่ ๕ ในวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ได้มอบหมาย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องส�ารวจเรือประมงทั้งหมด รวมทั้งพิจารณาพระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่ เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุม
ทุกประเด็น การจัดการประชุมติดตามผลด�าเนินการครั้งที่ ๑๐ ในวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘ มีมติมอบหมายให้กรมประมง
ก�าหนดค�านิยามของค�าว่า “เรือประมงพื้นบ้าน” ให้มีความชัดเจน เพื่อน�าไปก�าหนดนโยบายการบริหารจัดการประมงทะเล
การจัดการประชุมติดตามผลด�าเนินการครั้งที่ ๑๒ ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ได้มีมติให้กรมประมงค�านวณค่าผลจับสัตว์
น�้าสูงสุดที่ยั่งยืน (MSY) ทั้งนี้ ให้ร่วมกับสมาคมการประมงต่าง ๆ เร่งรัดการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่องการก�าหนด
ขนาด จ�านวนของเครื่องมือและเขตการท�าประมงที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะท�างานติดตาม ควบคุมและ
เฝ้าระวัง (MSN) รวมทั้งจัดท�าแผนเยียวยากรณีต้องลดจ�านวนเรือประมง และมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ไขปัญหา
ประมงผิดกฎหมายในสายงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 21 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

