Page 163 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 163

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ






                   (๑๐) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
           หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการหรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในระเบียบของ ก.ต. และ
                   (๑๑) เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์จ�านวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต.

           ก�าหนด และ ก.ต. ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการแพทย์แล้วเห็นสมควรรับสมัครได้ และวรรคสอง บัญญัติ
           ว่า “หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือก ผู้สมัครทดสอบความรู้ หรือผู้สมัครเข้ารับ

           การคัดเลือกพิเศษให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ต.ก�าหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา”
                   รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ ได้บัญญัติเป็นหลักการว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครอง
           ตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าชายหรือหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน จะเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุ

           แห่งความแตกต่าง ในเรื่องถิ่นก�าเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะ
           ทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติ

           แห่งรัฐธรรมนูญจะกระท�ามิได้ แต่ต้องยอมรับว่าในการที่หน่วยงานใดจะรับบุคคลเข้าท�าหน้าที่ในต�าแหน่งใด ย่อม
           ต้องพิจารณาถึงความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย ซึ่งบางครั้งต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่
           นอกส�านักงานหรือศาล

                   ส�าหรับกรณีตามค�าร้องเป็นกรณีที่นาย ศ. สมัครสอบคัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ และแต่งตั้ง
           ให้ด�ารงต�าแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา จึงมีมาตรการที่แตกต่าง และเข้มงวดกว่าการคัดเลือกบุคคลไปด�ารงต�าแหน่งอื่น
           ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคการจ�ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระท�ามิได้ เว้น

           แต่โดยอาศัยอ�านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้ก�าหนดไว้และเท่าที่จ�าเป็นเท่านั้น
           และจะกระทบกระเทือนสาระส�าคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นมิได้ และวรรคสอง บัญญัติรับรองไว้ว่า กฎหมายตาม
           วรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

           เป็นการเจาะจง ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อ�านาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย ซึ่งบทบัญญัติวรรค
           หนึ่งและวรรคสองให้น�ามาใช้บังคับกับกฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอ�านาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วย โดย

           อนุโลม และตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ (๑๐) ค�าว่า
           “มีกาย ... ไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ” จะใช้ควบคู่กับมาตรา ๒๖ (๑๑) ที่บัญญัติว่า “เป็นผู้ที่ผ่านการ
           ตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์จ�านวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต. ก�าหนด และ ก.ต. ได้พิจารณา

           รายงานของคณะกรรมการแพทย์แล้วเห็นว่า สมควรรับสมัครได้ บทบัญญัติของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
           ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ (๑๐) เป็นไปตามความจ�าเป็นและความเหมาะสมของฝ่ายตุลาการ

           จึงเห็นว่าบทบัญญัติของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ (๑๐)
           ดังกล่าว เป็นลักษณะตามข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๒๙ ซึ่งไม่
           กระทบกระเทือนถึงสาระส�าคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณี

           ใดกรณีหนึ่งหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
           ไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๓๐














                                                        162
   158   159   160   161   162   163   164   165   166   167   168