Page 159 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 159

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





               ๘  พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖
                   หลักกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติ ปรากฏในมาตรา ๒๒ ที่วางหลักว่า

                   “การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้ค�านึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นส�าคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ
          โดยไม่เป็นธรรม
                   การกระท�าใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก หรือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็กหรือไม่

          ให้พิจารณาตามแนวทางที่ก�าหนดในกฎกระทรวง”
                   จะเห็นได้ว่า กฎหมายนี้ก�าหนดให้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อก�าหนดรายละเอียดแนวทางพิจารณาว่าการ

          กระท�าอย่างไรเป็นการเลือกปฏิบัติส�าหรับกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่
                   กฎกระทรวงก�าหนดแนวทางการพิจารณาว่าการกระท�าใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กหรือเป็นการ
          เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งมีหลักการเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติไว้ในข้อ ๒ ดังนี้

                   “การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใดโดยไม่เท่าเทียมกัน เพราะเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นก�าเนิด เชื้อชาติ ภาษา
          เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา
          อบรม หรือความคิดเห็นทางการเมือง ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก

                   การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อเด็ก หมายความรวมถึง การปฏิบัติใด ๆ ต่อเด็กที่แม้จะใช้หลักเกณฑ์
          เดียวกันกับบุคคลอื่นและผู้ปฏิบัติไม่ได้มีเจตนาเลือกปฏิบัติหรือเจตนากลั่นแกล้งผู้ได้รับผลร้ายหรือผลกระทบก็ตาม แต่
          มีผลท�าให้เกิดความแตกต่างกันต่อเด็กบางคนหรือบางกลุ่มอย่างชัดเจนเพราะเหตุตามวรรคหนึ่ง

                   การเลือกปฏิบัติต่อเด็กเพราะเหตุตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองอาจกระท�าได้หากเป็นไปโดยมีเหตุผลทาง
          หลักวิชาการ วิทยาศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา จารีตประเพณีและวัฒนธรรม ลักษณะเฉพาะตัวของเด็กหรือเหตุผล

          อันสมควรประการอื่น”


               ๙  พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

                   หลักกฎหมายเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติ ปรากฏในมาตรา ๗ ที่วางหลักว่า
                   “ให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีสิทธิได้รับการจดทะเบียนรับรองการเกิด การพัฒนา การยอมรับ การคุ้มครอง

          และโอกาสในการมีส่วนร่วมตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียม โดยไม่มี
          การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นก�าเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ
          สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนาและวัฒนธรรม การ

          ศึกษาอบรม ความคิดเห็นทางการเมือง การเกิดหรือสถานะอื่นของเด็กและเยาวชน บิดามารดา หรือผู้ปกครอง”


               ๑๐ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖

                   กฎหมายฉบับนี้มิได้ก�าหนดหลักการห้ามเลือกปฏิบัติไว้อย่างชัดแจ้ง แต่ก�าหนดให้สิทธิและการส่งเสริม
          สนับสนุนด้านต่าง ๆ แก่ผู้สูงอายุ ในมาตรา ๑๑ ดังนี้
                           64
                   “ผู้สูงอายุ  มีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ดังนี้
                   (๑) การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่จัดไว้โดยให้ความสะดวกและรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณี
                         พิเศษ




                 64
                    ตามกฎหมายนี้ นิยามความหมายค�าว่า“ผู้สูงอายุ” ไว้ว่า “บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย”

                                                         158
   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164