Page 256 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 256

206 | P a g e




                           (15) UNECE Protocol on Civil Liability and Compensation for Damage Caused

               by the Transboundary Effects of Industrial Accidents on Transboundary Waters to the
               1992  Convention  on  the  Protection  and  Use  of  Transboundary  Watercourses  and

               International  Lakes  and  to  the  1992  Convention  on  the  Transboundary  Effects  of

               Industrial Accidents (Protocol on Civil Liability) 2003


                              ตามมาตรา 1 แหงพิธีสารกําหนดใหมีการชดเชยเยียวยาความเสียหายที่เพียงพอและโดย

               พลันในอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมที่กระทําตอแมน้ําระหวางประเทศ และมาตรา 8 กําหนดวา ผูเสียหายจาก

               อุบัติเหตุขามแดนจะตองไมถูกเลือกปฏิบัติในรัฐภาคีที่เกี่ยวของ

                       6.1.2.3 วิเคราะห


                              ตราสารสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคยุโรป และตราสารสิ่งแวดลอมในภูมิภาคยุโรป มีพัฒนาการ

               ในการยอมรับหรือรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมอยางจํากัด มีตราสารนอยฉบับที่จะกลาวถึงสิทธิในสิ่งแวดลอมที่

               ชัดเจน เวนแตสิทธิในสิ่งแวดลอมที่ปรากฏชัดเจนเพียงตราสารเดียวก็คือ Aarhus Convention on Access

               to Information, Public Participation in Decision-Making and Access to Justice in Environmental
               Matters, 1998 ซึ่งระบุในมาตรา  1 วา เพื่อการปกปองคุมครองสิทธิของมนุษยในยุคปจจุบันและอนาคตชน

               ทุกคนในการอยูอาศัยในสิ่งแวดลอมที่เหมาะสมตอสุขภาพ อยางไรก็ดี ในการบังคับใชสิทธิในการอาศัยอยูใน

               สิ่งแวดลอมที่ดีก็ยังคงเปนการบังคับใชอยางเทียบเคียงกับสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เทานั้น มิไดถือโดยตรงวาสิทธิใน

               สิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ แตก็ถือไดวาสิทธิในสิ่งแวดลอมเริ่มมีความสําคัญในชาติยุโรป

               พอสมควร นอกจากนี้สิทธิดังกลาวนี้ยังมีลักษณะของสิทธิเชิงปจเจกบุคคลเนื่องจากตัวบทภาษาอังกฤษใชคําวา
               “ right  of  every person  of  present  and  future  generations to  live  in  an  environment

               adequate to his or her health and well-being...” ซึ่งคําวา every person หมายถึงปจเจกบุคลแตละ

               คนมีสิทธิเปนของตนเอง


                              สิ่งที่อนุสัญญา Aarhus มีอิทธิพลในการบังคับใชในยุโรปมากที่สุดก็คือ สิทธิเชิงกระบวนการ

               ซึ่งใชเปนฐานในการอางถึงหรืออางอิงโดยตลอดเมื่อมีการกลาวถึงสิทธิเชิงกระบวนการ ไดแก สิทธิในการไดรับ

               ขอมูลขาวสาร สิทธิในการมีสวนรวมตัดสินใจ และสิทธิในการเขาถึงความยุติธรรมในสิ่งแวดลอม จะเห็นไดจาก
               การที่ UNECE Convention on Long-Range Transboundary Air Pollution 1979 ที่กําหนดใหนํา

               อนุสัญญา Aarhus มาใชไดโดยอนุโลม


                              สําหรับชาติยุโรปแลวคงปฏิเสธมิไดที่จะกลาววา ยุโรปเปนกลุมของชาติที่มีการคุมครอง

               สิ่งแวดลอมที่คอนขางเขมงวดภูมิภาคหนึ่ง จะเห็นตราสารสิ่งแวดลอมแทบทุกฉบับในยุโรปที่จะไมลืมนําสิทธิ
   251   252   253   254   255   256   257   258   259   260   261