Page 260 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 260
210 | P a g e
สหรัฐอเมริกายอมรับเพียงสิทธิเชิงกระบวนการเทานั้นที่จะยอมรับบังคับให โดยยอมรับวาสิทธิเชิงกระบวนการ
จะกอใหเกิดการคุมครองสิ่งแวดลอมที่ดีตามมา โดยไมจําเปนตองคุมครองสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชน
แตประการใดจึงใหระบุไวในมาตรา 11 แหงความตกลงดังกลาววา กําหนดใหมีการคุมครองสิทธิเชิง
กระบวนการในการคุมครองและปรับใชสิทธิในสิ่งแวดลอมที่ดีตอสุขภาพ ซึ่งถือไดวาเปนการไมยอมรับวาสิทธิ
ในสิ่งแวดลอมที่ดีเปนสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ ยังมีขอสังเกต 2 ประการที่มีนัยสําคัญสําหรับการบัญญัติถอยคําของตราสาร
ระหวางประเทศในระดับภูมิภาคอเมริกา
ประการแรก สิทธิที่ตราสารของภูมิภาครับรองไวใชถอยคําวา “สิทธิในการมีชีวิตอยูใน
สิ่งแวดลอมที่ดี (Right to Live in Healthy Environment)” ซึ่งมีนัยสําคัญวาสิทธินี้มิใชสิทธิในสิ่งแวดลอม
โดยเอกเทศ หากแตมีการเจือปนของสิทธิในชีวิต (Right to Life) ก็ดี สิทธิในสุขภาพ (Right to Health) ก็ดี
เขาไปรวมพิจารณาดวยจนทําใหวิเคราะหไดวา สิทธิที่ตราสารของภูมิภาคกลาวถึงคือการนําสิทธิที่มีอยูแลวมา
ชวยในการคุมครองสิ่งแวดลอมเสียมากกวาที่จะระบุสิทธิในสิ่งแวดลอมใหเปนเอกเทศแยกออกจากสิทธิอื่นๆ
ประการที่สอง มาตรา 11 แหง Additional Protocol to the American Convention on
Human Rights in the Area of Economics, Social and Cultural Rights บัญญัติวา “Everyone shall
have the right to live in a healthy environment and to have access to basic public services”
ซึ่งแสดงใหเห็นวาภูมิภาคอเมริกานั้นยอมรับวาการคุมครองสิ่งแวดลอมเปนสิทธิเชิงปจเจกชนเนื่องจากใช
ถอยคําวา “ทุกๆ คนมีสิทธิ”มิใชกลุมของประชาชน (Peoples) มีสิทธิดังเชนสิทธิในการกําหนดเจตจํานงของ
ตนเองหรือ Right to Self-Determination
โดยสรุป ภูมิภาคอเมริกามีพัฒนาการเกี่ยวกับสิทธิในสิ่งแวดลอมที่กาวหนากวาภูมิภาคยุโรป
ในระดับหนึ่งเนื่องจากมีความพยายามนําการคุมครองสิ่งแวดลอมไปบัญญัติไวในอนุสัญญาวาดวยสิทธิ
มนุษยชนระดับภูมิภาคแสดงใหเห็นถึงความสัมพันธระหวางสิทธิมนุษยชนกับการคุมครองสิ่งแวดลอม แตสิทธิ
ที่บัญญัติไวกลับไมใชสิทธิในสิ่งแวดลอมโดยเอกเทศ เพราะเปนการนําเอาสิทธิมนุษยชนอื่นๆมาผสมปะปนกัน
ไป ขณะที่ภูมิภาคยุโรป Aarhus Convention นั้นเปนการยืมถอยคําจากปฏิญญาสตอกโฮลม ป 1972 ซึ่งเปน
สนธิสัญญาดานสิ่งแวดลอมมาใชในการคุมครองสิทธิซึ่งถือวามิใชเรื่องใหมที่เกิดขึ้น แตยังคงถูกคัดคานจาก
สหรัฐอเมริกาที่มีอิทธิพลสูงสุดในภูมิภาคนี้ จึงทําใหการบังคับใชสิทธิในสิ่งแวดลอมเกิดขึ้นไดไมดีนัก

